การสัมมนา Doing Business with Thailand
การสัมมนา Doing Business with Thailand


การสัมมนา Doing Business with Thailand

เมื่อวันที่ 12พ.ค. 2554นายสุขุม สมประสงค์ รอง กสญ.ฯ (ท้องถิ่น) รับเชิญEEPC India Eastern Region องค์กรส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางวิศวกรรมของอินเดีย สาขาภาคตะวันออก เข้าร่วมการสัมมนา“Doing Business withThailand” Focus : INDEE Bangkok 2011 ที่โรงแรมฮินดูสถานอินเตอร์เนชันแนล เมืองกัลกัตตา สรุปสาระสำคัญดังนี้

1. EEPC India มีสมาชิกประมาณ 13,000 บริษัท 60% เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก EEPCจัดงาน India Engineering Exhibition (INDEE) ในต่างประเทศมาทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 25 จะจัดที่กรุงเทพ ในวันที่ 23 – 26 มิ.ย. 2554 ที่ BITEC ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของงานManufacturing Expo 2011 คาดว่าจะมีบริษัทอินเดียจากทั่วประเทศไปออกร้านในงานประมาณ 150 บริษัท ในจำนวนนี้ เป็นบริษัทจากกัลกัตตาประมาณ 15 บริษัท ทั้งนี้ EEPC เคยจัดงาน INDEE ที่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2524

2. นายอัครวัล (B. N. Agarwal) ประธานสาขาตะวันออกของ EEPC กล่าวถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะตลาดและคู่ค้าของอินเดีย โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงตลาดอาเซียนโดยรวมซึ่งไทยสามารถเป็น gateway เข้าถึงได้ นอกจากนั้น นายอัครวัล ได้กล่าวถึงความต้องการนำเข้าสินค้าวิศวกรรมเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตของไทยในสาขาต่างๆ ที่สำคัญ 7 สาขา ได้แก่ 1)อุตสาหกรรมรถยนต์ - ไทยผลิตรถยนต์เป็นอันดับที่ 13 ในโลก และคาดว่าจะอยู่ในสิบอันดับแรกภายในปี พ.ศ. 2558  2) เครื่องจักรกลการเกษตร – ในปี พ.ศ. 2552 ไทยนำเข้าสินค้านี้ประมาณ 548 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 3) Machine Tools – บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิก เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ปี 2552 ไทยนำเข้าสินค้านี้ 1,200ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ 4) Computer Numerical Controlled (CNC) Machine Tools 5) Industrial Machinery 6) Food Processing & Packaging Machinery และ 7) Moulds & Dies

3.  Prof. T.P. Ghost แห่ง Indian Institute of Foreign Trade – IIFT กล่าวถึงความเป็นมาของความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทย-อินเดีย จนเกิด FTA ระหว่างประเทศทั้งสองและระหว่างอาเซียนกับอินเดีย และเปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขันของสินค้าชนิดต่างๆ ของไทยและอินเดียใน FTA  โดยระบุว่าสินค้าที่อินเดียได้เปรียบได้แก่ ฝ้าย (เป็นการชั่วคราว)  Animal Products, Beverages & Tobacco และ Dairy products ส่วนสินค้าที่ไทยได้เปรียบได้แก่Non-Electrical Machinery, Sugars & Confectionaries, Cereals and Preparations,Fruits, Vegetables & Plants

4. นายสุขุมฯ กล่าวถึงความสัมพันธ์อันมีมายาวนานระหว่างไทย-อินเดีย ตั้งแต่เมื่อสองพันปีก่อน โดยพ่อค้าอินเดียจากอาณาจักรกลิงค์ และเมืองทางใต้พากันล่องเรือไปค้าขายกับดินแดนในเอเชียอาคเนย์ และต่อมาเมื่อราวพันปีก่อน มีการสร้างวัดฮินดูขึ้นจำนวนมากในภูมิภาคนั้น รวมทั้งในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน และกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสอง โดยพระราชวงศ์ของไทยได้เสด็จฯ เยือนอินเดีย และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอื่นๆ ด้วยหลายครั้ง และล่าสุด เมื่อเดือนที่แล้ว ฯพณฯ นรม. ได้เดินทางเยือนอินเดีย การไปมาหาสู่ในระดับประชาชนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดว่านักท่องเที่ยวจากอินเดียมาไทยจะเกิน 1 ล้านคนในปีหน้า การค้าการลงทุนระหว่างไทย-อินเดียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าจะถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า สินค้าส่งออกของไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม ประเทศไทยเป็นตลาดใหญ่ และเมื่อผนวกรวมกับประเทศอาเซียนอื่นๆ ก็ยิ่งน่าสนใจสำหรับนักธุรกิจอินเดียมากขึ้น 

อนึ่ง การจัดงาน INDEE  Bangkok 2011 จะเป็นการเพิ่มโอกาสและทางเลือกให้ผู้ประกอบการไทยในการแสวงหาคู่ค้า/ผู้ร่วมทุน และการแสวงหาอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรมชนิดต่างๆ ของไทย เพื่อให้สามารถดำรงรักษาและเพิ่มพูนความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลกได้อย่างดี 

แหล่งข้อมูล: www.thaiembassy.org/bic.kolkata/

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ