“หม่อน+ไหม” อุตสาหกรรมดาวเด่นของกว่างซี โอกาสของผู้ประกอบการไทย
“หม่อน+ไหม” อุตสาหกรรมดาวเด่นของกว่างซี โอกาสของผู้ประกอบการไทย

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของกว่างซีเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดจากกระแสการเคลื่อนย้ายอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออก

กว่างซีมีผลผลิตรังไหมมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ 8 ปีซ้อน ผลผลิตเฉลี่ยต่อปี 3.15 แสนตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของผลผลิตทั้งประเทศ

พื้นที่ที่มีศักยภาพในกว่างซีกระจายตัวอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ของมณฑล (เมืองเหอฉือ นครหนานหนิง เมืองหลายปิน เมืองหลิ่วโจ เมืองกุ้ยก่าง และเมืองไป่เซ่อ) มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมรวม 853,400 คน จากข้อมูลพบว่า ปีก่อน เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยคนละ 3,167 หยวน

อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของกว่างซีเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน (ปี 43) จนถึงปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวสร้างสถิติสูงสุดระดับประเทศหลายรายการ อาทิ พื้นที่ปลูกหม่อน ผลผลิตรังไหม ปริมาณการเลี้ยงตัวไหม ปริมาณผลผลิตต่อหน่วย ปริมาณการผลิตเส้นไหมดิบ ปริมาณการผลิตเห็ดซึ่งเป็นผลิตผลพลอยได้จากกิ่งหม่อน และรายได้เฉลี่ยของเกษตรกรผู้เลี้ยงไหม

นักวิชาการคาดการณ์ว่า ปีนี้ อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของกว่างซีจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ได้ผลผลิตรังไหมราว 3.2 แสนตัน ได้ผลผลิตเส้นไหมดิบ 30,000 ตัน เกษตรกรจะมีรายได้รวมทั้งสิ้น 12,000 ล้านหยวน และสร้างมูลค่าการผลิตในอุตสาหกรรมไหมเกินกว่า 13,000 ล้านหยวน

สาเหตุที่เกษตรกรหันมาให้ความสนใจปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมากขึ้นเมื่อเทียบกับการปลูกอ้อย เนื่องจากได้มูลค่าผลผลิตต่อหน่วยสูงกว่าการปลูกอ้อย 2.28 เท่า รายได้ในรูปเงินสดสูงกว่าการปลูกอ้อย 3.44 เท่า

นอกจากนี้ สถานการณ์ตลาดของรังไหมและเส้นไหมอยู่ในเกณฑ์ดี ราคารับซื้อปรับตัวสูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดให้เกษตรกรหันมาปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพิ่มมากขึ้น

นักวิชาการ ชี้ว่า อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของกว่างซียังมีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กว่างซีจำเป็นต้องปรับปรุงและขยายห่วงโซ่อุตสาหกรรมให้เกิดความสมบูรณ์เสียก่อน

เนื่องจากอุตสาหกรรมฯ ในกว่างซีเน้นการผลิตวัตถุดิบขั้นต้น (อุตสาหกรรมต้นน้ำ) ขาดแคลนในส่วนของการแปรรูป (อุตสาหกรรมกลางน้ำและอุตสาหกรรมปลายน้ำ) ดังนั้น จึงมีช่องว่างในการพัฒนาได้อีกมาก

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในส่วนของผลิตผลพลอยได้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เช่น การเพาะเห็ดจากกิ่งหม่อน ปี 55 กว่างซีเพาะเห็ดจากกิ่งหม่อน 100 ล้านท่อน ได้ผลผลิตเห็ดกว่า 40,000 ตัน สร้างมูลค่าการผลิตราว 440 ล้านหยวน

อย่างไรก็ดี พบว่า การใช้ประโยชน์จากกิ่งหม่อนเพื่อเพาะเห็ดคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของปริมาณกิ่งหม่อนทั้งหมดเท่านั้น โดยปีหนึ่งๆ กว่างซีมีปริมาณผลผลิตกิ่งหม่อน 2.5 ล้านตัน (เท่ากับพื้นที่ป่าไม้ 1.04 แสนไร่)

ผลิตผลพลอยได้จากการอุตสาหกรรมดังกล่าวยังมีในส่วนของผลิตพลังงานไฟฟ้า (จากการเผากิ่งหม่อน) และการผลิตปุ๋ยจากมูลไหมและเศษขี้เถ้าของกิ่งหม่อนที่ใช้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

จึงกล่าวได้ว่า อุตสาหกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นอุตสาหกรรมในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนตัวจริง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
-
ธุรกิจสิ่งทอดันราคารังไหมในกว่างซีปรับตัวขึ้น (31 พ.ค. 2556)
-
ฮุยเรฮุย!!! กว่างซีเข็นธุรกิจหม่อนไหม ส่งเสริมรายได้เกษตรกร (07 ม.ค. 2556)

10 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://news.gxnews.com.cn (广西新闻网) (10/07/2013)
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ