การประชุมหารือยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีนครั้งที่ 5 ปิดฉาก สร้างมติเอกฉันท์ 3 ประการ
การประชุมหารือยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีนครั้งที่ 5 ปิดฉาก สร้างมติเอกฉันท์ 3 ประการ

เมื่อวันที่ 10 – 11 ก.ค. 56 การประชุมหารือยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน (The US-China strategic and Economic Dialogue) ครั้งที่ 5 ได้จัดขึ้น ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นการประชุมหารือสำคัญระหว่างสหรัฐฯ และจีนอีกครั้งหลังจากที่ผู้นำของสองประเทศได้พบปะกันเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และนับเป็นการพบปะครั้งแรกระหว่างรัฐบาลรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ

จีนกับสหรัฐฯ เริ่มจัดการประชุมหารือยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน ขึ้นเมื่อปี 2552 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นการสนทนาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในระยะยาวอย่างรอบด้าน โดยการประชุมครั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงจาก 20 กระทรวงของทั้งสองประเทศได้ระดมสมองหารือในด้านต่างๆ อาทิ การขยายการค้าและการลงทุน การปฏิรูปโครงสร้างเพื่อการพัฒนาอย่างสมดุลและอย่างยั่งยืน ตลอดจนการปฏิรูปและความมั่นคงของตลาดเงิน

ทั้งนี้ การประชุมหารือยุทธศาสตร์ฯ ได้จัดขึ้นภายใต้การนำของนายหยาง เจี๋ยฉือ มนตรีแห่งรัฐของจีน และนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ส่วนการประชุมหารือด้านปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเงิน มีรองนายกรัฐมนตรีจีนนายวัง หยาง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ Jack Lew เป็นประธาน โดยในการหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้สร้างมติเอกฉันท์ 3 ประการ ได้แก่

1) กระชับความร่วมมือทางพลังงาน โดยนายวัง หยาง กล่าวว่า ในฐานะที่สหรัฐฯ และจีนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 1 และ 2 ของโลก และเป็นผู้ผลิตและบริโภคพลังงานใหญ่ที่สุดของโลก จีนกับสหรัฐมีผลประโยชน์ร่วมกันในด้านความปลอดภัยของพลังงาน โดยจีนจะนำเข้าเทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านบริหารจากสหรัฐฯ ต่อไป รวมถึงลงทุนต่อโครงการก๊าซจากชั้นหินของสหรัฐฯ ด้วย ในขณะเดียวกัน จีนก็ยินดีต้อนรับสหรัฐฯ ในการมาลงทุนพลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดที่จีน

2) ส่งเสริมความร่วมมือทางการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยจะขยายความร่วมมือในด้านการลดการปล่อยมลพิษของรถยนต์ โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) การเก็บและใช้ประโยชน์ของคาร์บอน ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก และประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและภาคอุตสาหกรรม

3) ทั้งสองฝ่ายจะสนทนาเกี่ยวกับ ข้อตกลงว่าด้วยการลงทุนสองฝ่าย (Bilateral Investment Treaty หรือ BIT) อีกครั้งภายในปีนี้ จนถึงปัจจุบัน บริษัทสหรัฐฯ ได้ลงทุนในจีนกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนบริษัทจีนไปลงทุนในสหรัฐฯ กว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้เจราจาข้อตกลงว่าด้วยการลงทุนทวิภาคีถึง 9 ครั้ง โดยมาตรการในข้อตกลงดังกล่าวส่วนใหญ่ได้จัดทำเสร็จแล้ว ภายในปีนี้จะมีการหารือกันอีกครั้งในรายละเอียดและผลักดันให้ข้อตกลงว่าด้วยการลงทุนระหว่างทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม จีนกับสหรัฐฯ ยังมีข้อขัดแย้งกันทางเศรษฐกิจและการเงินหลายประการ อาทิ การขาดดุลและการขัดแย้งทางการค้า ค่าเงินหยวน การปฏิรูปทางการเงินของจีน สหรัฐฯจำกัดการเข้าไปลงทุนของบริษัทจีนในตลาดสหรัฐ เป็นต้น การสนทนาระหว่างผู้นำระดับสูงของทั้งสองฝ่ายโดยตรงได้ช่วยผ่อนคลายความขัดแย้งที่ยังคั่งค้างอยู่ระหว่างสองประเทศ พร้อมกับยกระดับความไว้วางใจระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ซึ่งเป็นก้าวงสำคัญสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองมหาอำนาจของโลก

12 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: http://www.chinanews.com/ (中新网) (12/07/2013)
โดย: นายคุณากร เหวิน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ