อีก 4 ปี ! ปั้นนครเฉิงตูสู่ศูนย์กลางพาณิชย์ระหว่างประเทศใหญ่สุดในภูมิภาคจีนตะวันตก
อีก 4 ปี ! ปั้นนครเฉิงตูสู่ศูนย์กลางพาณิชย์ระหว่างประเทศใหญ่สุดในภูมิภาคจีนตะวันตก

กรมพาณิชย์มณฑลเสฉวน รายงานว่า รัฐบาลนครเฉิงตูได้เผยมหาโปรเจกต์ล่าสุด เตรียมพัฒนาและยกระดับนครเฉิงตูให้กลายเป็น “เมืองแห่งศูนย์กลางพาณิชย์ระหว่างประเทศ” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจีนตะวันตกภายในปี 2560 เพื่อรักษาระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้มั่นคงต่อเนื่อง และเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านการบริการพาณิชย์สู่ความเป็นสากล

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

โดยมหาโปรเจกต์ดังกล่าวของนครเฉิงตูจะประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องลุล่วง 3 เป้าหมายที่สำคัญให้ได้ภายในปี 2560 ซึ่งได้แก่ 1) ยอดมูลค่าการบริโภคสินค้าในท้องถิ่นต้องทะลุ 1,192,400 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ราว 1.9 เท่า 2) ยอดมูลค่าการค้าระหว่างประเทศต้องเกินกว่า 122,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงขึ้นจากปี 2555 ราว 1.8 เท่า และ 3) ยอดมูลค่าภาคการบริการพาณิชย์ระหว่างประเทศต้องสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือสูงขึ้นจากปี 2555 ที่ 1.8 เท่า

นายเหล๋ย หมิง รอง ผอ.กรมพาณิชย์มณฑลเสฉวน กล่าวว่า แม้ว่านครเฉิงตูเพิ่งเสร็จสิ้นภาระกิจจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Fortune Global Forum 2013 ครั้งที่ 12 แต่นครเฉิงตูยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มศักยภาพให้แข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และการเป็นฐานอุตสาหกรรมที่สำคัญในจีนตะวันตก ในการวางโครงการพัฒนาให้นครเฉิงตู เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางภาคการบริการพาณิชย์ โดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบโครงสร้างสาธารณูปโภคให้มีความทันสมัย ยกระดับระบบการบริการบนโลกอินเทอร์เน็ต ตลอดจนส่งเสริมให้มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต


นอกจากนี้ ยังจะผลักดันให้นครเฉิงตูกลายเป็นหนึ่งใน “ศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญของโลก” โดยในปัจจุบันกำลังเร่งก่อสร้างเส้นทางการขนส่งสินค้าที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์ไปทั่วทวีปเอเชีย รวมถึงเชื่อมต่อไปยังภาคพื้นยุโรป (เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2556รถขบวนสินค้าเที่ยวปฐมฤกษ์ได้เดินทางจากนครเฉิงตูมุ่งหน้าสู่ปลายทางเมืองลอดซ์ ประเทศโปแลนด์) ตลอดจนส่งเสริมให้นครเฉิงตูเป็น “ศูนย์ที่พักและกระจายสินค้านำเข้าสู่จีนตะวันตก” ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคฯ อีกด้วย

สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไปกับศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนได้โดยผ่านทางอีเมลล์ [email protected]

16 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: นสพ.หัวซีตูซื่อเป้า(28/06/2013)
โดย: นายธวัช มหิตพงษ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ