ผู้นำกว่างซีนำคณะเยือนมาเลเซีย พร้อมหารือกับมุขมนตรีแห่งรัฐปะหัง เร่งผลักดันนิคมฯ มาเลย์-จีน
ผู้นำกว่างซีนำคณะเยือนมาเลเซีย พร้อมหารือกับมุขมนตรีแห่งรัฐปะหัง เร่งผลักดันนิคมฯ มาเลย์-จีน

สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : (14 ก.ค.56) ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย นายเฉิน อู่ ผู้ว่าการเขตฯ กว่างซีจ้วง นำคณะเดินทางไปยังเมืองกวนตัน รัฐปะหัง เพื่อเยี่ยมชมเขตนิคมอุตสาหกรรมมาเลเซีย(กวนตัน)-จีน และเข้าพบปะหารือกับโต๊ะ ซรี อัดนัน ยาอาก็อบ มุขมนตรีแห่งรัฐปะหัง เกี่ยวกับการเร่งสร้างเขตนิคมฯ ดังกล่าว

ตามรายงาน เขตนิคมฯ ดังกล่าวเป็นโครงการสำคัญภายใต้การผลักดันของผู้นำจีนและมาเลเซีย และเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและวิสาหกิจของท้องถิ่นของทั้ง 2 ประเทศ และเป็น
เขตนิคมฯ พี่น้องกับเขตนิคมอุตสาหกรรมจีน(ชินโจว)-มาเลเซีย

นายเฉินฯ ให้ความสนใจอย่างมากเกี่ยวกับความคืบหน้าของการก่อสร้างเขตนิคมฯ หลังจากที่เมื่อวันที่ 5 ก.พ.56 ได้มีพิธีเปิดงานก่อสร้างเขตนิคมดังกล่าว โดยมีผู้นำของทั้ง 2 ประเทศเป็นสักขีพยาน

ในการเยี่ยมชมเขตนิคม
อุตสาหกรรมมาเลเซีย(กวนตัน)-จีน นายเฉินฯ ได้ศึกษาข้อมูลด้านทำเลที่ตั้ง ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ระบบคมนาคมขนส่ง ตลอดจนสภาพการดำเนินงานโครงการชุดแรก และประจักษ์ถึงความคืบหน้าของการก่อสร้างเขตนิคมฯ รวมทั้งขอบคุณทางการทุกระดับและวิสาหกิจของมาเลเซียที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ นายเฉินฯ ยังได้เดินทางไปสำรวจท่าเรือกวนตันซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเขตนิคมฯ ออกไป 11 กิโลเมตร และให้การยอมรับถึงปัจจัยความได้เปรียบของท่าเรือ โดยกล่าวว่าเขตนิคมฯ ต้องอาศัยท่าเรือน้ำลึกในการขับเคลื่อนการพัฒนาของนิคมฯ และสร้างความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างท่าเรือชินโจวและท่าเรือกวนตัน ขยายความร่วมมือทางทะเล กระตุ้นการพัฒนาระหว่างนิคมฯ

หลังการเยี่ยมชมเขตนิคมฯ นายเฉินฯ ได้เข้าพบหารือกับ
มุขมนตรีปะหัง โต๊ะ ซรี อัดนัน ยาอาก็อบ

นายเฉินฯ กล่าวว่า ผู้นำจีนและมาเลเซียให้ความสำคัญอย่างมากในการสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรมจีน(ชินโจว)-มาเลเซียและเขตนิคม
อุตสาหกรรมมาเลเซีย(กวนตัน)-จีน เป็นการสร้างสรรค์โมเดลความร่วมมือระดับสากลรูปแบบใหม่สองประเทศสองนิคม

นายเฉินฯ กล่าวแสดงความมั่นใจเต็มที่ต่อการพัฒนาของเขตนิคมฯ ภายหลังการเยี่ยมชมงานก่อสร้าง และกว่างซีจะดำเนินข้อคิดเห็นของผู้นำทั้ง 2 ฝ่าย โดยการผลักกันงานก่อสร้างและการพัฒนานิคมฯ ชินโจวและนิคมฯ กวนตันไปพร้อมกัน เพื่อเร่งให้สองนิคมเปิดดำเนินงานโดยเร็ว และบรรลุเป้าหมายประสบความสำเร็จร่วมกัน (
Win-Win)

ทั้งนี้ หวังว่า ทางการรัฐปะหังจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งในด้านนโยบาย ที่ดิน และระบบโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

ฝ่ายมุขมนตรีแห่งรัฐปะหัง กล่าวว่า นายนาจิบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้ความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการเขตนิคมฯ มาเลเซีย(กวนตัน)-จีน

ทางการรัฐปะหังจะให้การสนับสนุนการก่อสร้างนิคมฯ อย่างเต็มที่ และประสานความร่วมมืองานอย่างใกล้ชิดกับทางการและวิสาหกิจจีน รวมทั้งผลักดันความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินและทรัพยากรเหมืองแร่ เพื่อให้วิสาหกิจทั้งสองฝ่ายแบ่งปันโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน

ทั้งนี้ เชื่อว่า ขอเพียงทั้ง 2 ฝ่ายมีการประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง งานก่อสร้างและการพัฒนาเขตนิคมฯ กวนตันจะต้องเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างแน่นอน

ในการนี้ นายจาง เสี่ยวชิน (
Zhang Xiao Qin) รองผู้ว่าการเขตฯ กว่างซีจ้วง และนายเฉิน เต๋อไห่ (Chen De Hai) ที่ปรึกษาทางการเมือง สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศมาเลเซีย ได้ร่วมคณะเดินทางและเข้าพบหารือพร้อมกัน

BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ความเป็นมาของการจัดตั้งนิคมฯ ดังกล่าว เริ่มต้นจากการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียของนายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน เพื่อเข้าร่วม China-Malaysia Economic Trade & Investment Cooperation Forum ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 เม.ย.54

ความคืบหน้าของการจัดตั้งนิคมฯ หลังจากนายเวิน เจียเป่า ได้หยิบยกแนวคิดการจัดตั้ง เขตนิคมอุตสาหกรรมจีน(ชินโจว)-มาเลเซีย ขึ้นกล่าวในงานดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.ของปีเดียวกัน นายเวิน เจียป่าว นายกรัฐมนตรีจีน และนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามและเปิดป้ายเขตนิคมฯ ดังกล่าวในงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ นครหนานหนิง เขตฯ กว่างซีจ้วง

จากนั้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 55 รัฐบาลเขตฯ กว่างซีจ้วงได้ประกาศยกระดับเขตนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวขึ้นเป็นโครงการระดับมณฑล และยื่นเสนอต่อรัฐบาลกลาง เพื่อขออนุมัติเป็นโครงการระดับประเทศ ซึ่งได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลกลางเมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.55

เขตนิคมอุตสาหกรรมจีน(ชินโจว)-มาเลเซีย เป็นโครงการความร่วมมือในการจัดตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมระดับประเทศแห่งแรกระหว่างประเทศจีนกับมาเลเซีย และเป็นโครงการความร่วมมือระดับประเทศแห่งที่ 3 ต่อจากนิคมอุตสาหกรรมจีน(ซูโจว)-สิงคโปร์ และเมืองนิเวศจีน(เทียนจิน)-สิงคโปร์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีนัยสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกลางได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการเปิดสู่ภายนอกของเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้อย่างมาก

โครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างบทบาทของกว่างซีและเขตเศรษฐกิจอ่าว เป่ยปู้ในเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และเป็นประโยชน์สร้างเสริมความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับมาเลเซีย ตลอดจนประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ

ฟังก์ชั่นภายในประกอบด้วย เขตนิคมอุตสาหกรรม เขตศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เขตบริหารงานส่วนกลาง และเขตที่อยู่อาศัย

สำหรับประเภทอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาลงทุนในเขตนิคมดังกล่าว นอกจากอุตสาหกรรมเด่นของทัง 2 ประเทศแล้ว ยังเน้นอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์เป็นสำคัญ โดยยินดีรับนักลงทุนจากทั่วโลก

ด้านสิทธิประโยชน์การลงทุนนั้น รัฐบาลกลางไม่เพียอนุมัติให้เขตนิคมแห่งนี้ได้รับสิทธิเสมือนเขตพัฒนาทาง เศรษฐกิจและเทคโนโลยีระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันศึกษาวิจัย นโยบายอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเขตนิคมแห่งนี้ และยื่นขออนุมัติจากรัฐบาลกลางต่อไป

เมืองชินโจวเป็นหนึ่งในฐานการพัฒนาและเปิดสู่ภายนอกระดับประเทศ ปัจจุบัน มีเขตท่าเรือสินค้าทัณฑ์บนแห่งที่ 6 ของประเทศ มีด่าน(ท่าเรือ)นำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปเลียบชายฝั่งทะเลแห่งที่ 5 ของประเทศ เป็น 1 ใน 7 เมืองอุทยานแห่งชาติทางทะเลชุดแรกของประเทศ และเป็นเขตพัฒนาทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีท่าเรือระดับประเทศ

16 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: จัดทำโดย น.ส.หลัว ชิง อวิ๋น / เรียบเรียบโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ แหล่งที่มา เว็บไซต์ http://www.gx.chinanews.com (中新社) ประจำวันที่ 15 กรกฎาคม 2556
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ