
จากการดำเนินนโยบาย “ลูกคนเดียว” และอิทธิพลจากการพัฒนาของสังคม อัตราการเกิดของประชากรในจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทำให้แรงงานวัยหนุ่มสาวมีจำนวนลดลงอย่างมากในระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการยกระดับอุตสาหกรรมของจีนในอนาคตอีกด้วย
ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 80 เป็นต้นมา อัตราการเกิดของประชากรในจีนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติจากรายงานประชากรและการจ้างงานของจีน ฉบับปี 2555 ชี้ว่า อัตราการเกิดของปี 2530 อยู่ที่ร้อยละ 23.33 แต่ในปี 2554 อัตราการเกิดลดลงอยู่เหลือเพียงร้อยละ 11.93 ซึ่งหมายความว่า ในช่วงเวลา 20 กว่าปี อัตราการเกิดของจีนลดลงกว่าร้อยละ 50
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่า ช่วงปี 2542 – 2554 จีนมีจำนวนประชากรที่มีอายุน้อยกว่า 34 ปีลดลงอย่างมาก จากการคำนวณพบว่า ในปี 2554 ประชากรอายุระหว่าง 0 – 14 ปี ลดลงจำนวน 77.84 ล้านคน และประชากรอายุระหว่าง 15 – 34 ปีลดลงจำนวน 0.9 ล้านคน เมื่อเทียบกับปี 2542 อีกทั้ง จากสถิติที่เกี่ยวข้องสามารถคาดการณ์ได้ว่า ช่วงปี 2554 – 2569 แรงงานอายุระหว่าง 15 – 34 ปี จะลดลงอย่างน้อย 107 ล้านคน ทำให้อัตราสัดส่วนของแรงงานวัยหนุ่มสาวอาจลดลงเหลืออยู่เพียงร้อยละ 35.7 ในปี 2559 จากร้อยละ 45.1 ในปี 2554
จากผลสำรวจพบว่า แรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วไป ส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 40 ปี แต่สำหรับอุตสาหกรรมเกิดใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมไฮเทค ส่วนใหญ่ต้องอาศัยแรงงานวัยหนุ่มสาวอายุประมาณ 25 ปี ซึ่งหมายความว่า แรงงานวัยหนุ่มสาวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมเกิดใหม่
ทั้งนี้ ด้วยเห็นว่าประชากรวัยหนุ่มสาวที่มีศักยภาพในการแข่งขันจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ภายใต้สภาวะที่จีนเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาว หลายหน่วยงานเสนอให้รัฐบาลผ่อนปรนนโยบายลูกคนเดียวในทั่วประเทศจีน โดยอนุญาตให้มีลูกคนที่ 2 อีกทั้ง เสนอให้เพิ่มงบประมาณในการส่งเสริมการการศึกษาเพื่อให้คนวัยรุ่นมีโอกาสยกระดับความรู้และความชำนาญมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเสนอให้ส่งเสริมการเปิดกว้างของบุคลากรวัยหนุ่มสาวจากต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งรวมถึงคนจีนที่อยู่ในต่างประเทศและแรงงานชาวต่างชาติด้วย นโยบายเปิดรับแรงงานวัยหนุ่มสาวที่มีคุณภาพของจีนดังกล่าว เมื่อผนวกกับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีภายในประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี 2015 เราอาจเห็นกระแสการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีความชำนาญไหลไปสู่พื้นที่ที่สาขาการผลิตและบริการนั้นๆ ได้รับการส่งเสริมและมีศักยภาพในการเติบโต ถ้าไม่ต้องเห็นแรงงานที่มีความชำนาญไหลออกนอกประเทศไป รัฐบาลอาจต้องเริ่มพิจารณาดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อดึงดูดให้แรงงานเหล่านั้นเไม่ละทิ้งถิ่นฐานและอยู่เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศกันต่อไป
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=466&ELEMENT_ID=12912
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
