ภาพรวมเศรษฐกิจกว่างซียังขยายตัวได้ดีในครึ่งปีแรก แม้ดัชนีชี้วัดบางตัวจะ “แผ่วปลาย”
ภาพรวมเศรษฐกิจกว่างซียังขยายตัวได้ดีในครึ่งปีแรก แม้ดัชนีชี้วัดบางตัวจะ “แผ่วปลาย”

หนังสือพิมพ์ Southland Morning : ช่วง 6 เดือนแรกปี 56 กว่างซีสามารถรักษาระดับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ดี สวนกระแสเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังตกอยู่ในภาวะชะลอตัว

จากการคาดการณ์เบื้องต้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของกว่างซีมีอัตราการขยายตัวมากกว่าร้อยละ 10 (สูงกว่าอัตราขยายตัวของทั้งประเทศร้อยละ 3) และรายได้การคลังขยายตัวร้อยละ 11.1 (สูงกว่าอัตราขยายตัวของทั้งประเทศร้อยละ 3.6)

ปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของกว่างซี คือ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การลงทุน และการค้าชายแดนที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจ รายได้การคลัง อุปสงค์ภายในประเทศ และรายได้ประชาชนเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

แม้ว่า การลงทุน การอุปโภคบริโภค และการส่งออก ดัชนีเศรษฐกิจ 3 ตัวที่ถือว่าเป็นตัวจักรขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของกว่างซีจะขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่กลับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อาทิ ภาคการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (การลงทุนสร้างเส้นทางรถไฟลดลงร้อยละ 78.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ การลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตแม้จะเติบโตร้อยละ 25.2 แต่ลดลงร้อยละ 14.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นเดียวกัน

ส่วนภาคการค้าปลีก พบว่า ช่วงครึ่งปีแรก มูลค่าการค้าปลีกฯ มีอัตราขยายตัวราวร้อยละ 11 ลดลงร้อยละ 2 จุดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การใช้จ่ายภาคประชาชนมีทิศทางชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม ที่พักอาศัย รถยนต์ รวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับ

ขณะที่ภาคการส่งออก แม้ว่าจะมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้น ทว่าในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.กลับมีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

สำหรับแผนงานในช่วงครึ่งปีหลัง ทางการกว่างซีกำหนดเป้าหมายการทำงานไว้ 3 ด้าน ดังนี้

หนึ่ง การดึงดูดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ครอบคลุมด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างท่าเรือ การสร้างนิคมอุตสาหกรรม การขยายสายการผลิตผลิตภัณฑ์แร่โลหะ รถยนต์ การลงทุนด้านก๊าซปิโตรเลียม เยื่อกระดาษ เป็นต้น

สอง การพัฒนาธุรกิจบริการสมัยใหม่ โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แทนที่การเก็บภาษีธุรกิจ (BT) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.56 สำหรับธุรกิจนำร่องภายใต้รหัส 1+7[*] เพื่อสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน

สาม การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะการปฏิรูประบบการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างหลักประกันการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชน

 

คำอธิบายเพิ่มเติม

ธุรกิจนำร่องภายใต้รหัส 1+7[*]  มีดังนี้

1 หมายถึง ธุรกิจด้านการคมนาคมขนส่ง ประกอบด้วย การบริการขนส่งทางบก การบริการขนส่งทางน้ำ การบริการขนส่งทางอากาศ และการบริการขนส่งทางท่อ

7 หมายถึง ธุรกิจบริการสมัยใหม่บางประเภท ประกอบด้วย การบริการด้านงานวิจัยพัฒนาและเทคโนโลยี การบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริการสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรม การบริการเสริมด้านโลจิสติกส์ การบริการเช่าสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (tangible assets) การบริการให้คำปรึกษา การบริการผลิตและออกอากาศผลงานวิทยุโทรทัศน์และภาพยนตร์

จากนโยบายดังกล่าว การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของจีนจะเพิ่มจาก 2 เป็น 4 อัตรา คือ

(1) ร้อยละ 13 สำหรับสินค้าที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป และร้อยละ 17 สำหรับสินค้าที่ผ่านการแปรรูปแล้ว ซึ่งเป็นอัตราที่ใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน

(2) ร้อยละ 11 สำหรับธุรกิจด้านการคมนาคมขนส่ง และร้อยละ 6 สำหรับธุรกิจบริการสมัยใหม่บางประเภท ยกเว้นการบริการเช่าสินทรัพย์ที่จับต้องได้ ซึ่งจะต้องชำระภาษีในอัตราร้อยละ 17 ซึ่งเป็นอัตราใหม่ที่เกิดจากนโยบายปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้

ทั้งนี้ ภาษีอัตราใหม่นี้ จะจัดเก็บกับเฉพาะผู้ประกอบการที่เข้าข่าย ผู้เสียภาษีทั่วไป (General VAT Payer, 一般纳税人) กล่าวคือ ไม่จัดเก็บกับผู้ประกอบการที่เป็นผู้เสียภาษีรายย่อย (Small-scale VAT payers, 小规模纳税人)

ประโยชน์ที่ผู้เสียภาษีทั่วไป จะได้รับจากการปฏิรูปภาษีในครั้งนี้ คือ ภาระภาษีที่ลดลง และลดการชำระภาษีซ้ำซ้อน อัตราภาษีที่เพิ่มเข้ามาใหม่มีอัตราต่ำ อีกทั้งยังสามารถนำไปหักภาษีซื้อได้มากขึ้นด้วย ทำให้ต้นทุนประกอบการลดลงและมีเงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น

สำหรับผู้เสียภาษีรายย่อย ซึ่งก็คือ ผู้ประกอบการที่มี ยอดรายได้จากการขายไม่เกิน 5 ล้านหยวนต่อปีภาษี แม้ว่าจะไม่ได้รับสิทธิหักภาษีซื้อ แต่สูตรการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระถือว่าต่ำมาก คือ ยอดขาย X อัตราภาษีร้อยละ 3 = ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ

18 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ Southland Morning (南国早报) (17/07/2013)
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ