รายงานความคืบหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดของสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศ Eurozone
1. อัตราเงินเฟ้อ สำนักงานสถิติยุโรปได้คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อรายปีในเดือนมิถุนายน 2556 ใน Eurozone จะอยู่ที่ร้อยละ 1.6 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.4 ในเดือน พ.ค. องค์ประกอบหลักที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นได้แก่ สินค้ากลุ่มอาหาร แอลกอฮอล์ และยาสูบ (ร้อยละ3.2) ตามด้วยสินค้ากลุ่มพลังงาน (ร้อยละ 1.6) สินค้ากลุ่มบริการ (ร้อยละ 1.4) สินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ใช้พลังงาน (ร้อยละ 0.7)
2. ดุลการค้า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติยุโรปคาดการณ์ว่าดุลการค้าระหว่างประเทศของ Eurozone กับต่างชาติในเดือน เม.ย. 56 ของ Eurozone เกินดุล 14.9 พันล้านยูโร และ EU 27 เกินดุล 9.2 พันล้านยูโร ประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลมากที่สุดคือ เยอรมนี (47.3 พันล้านยูโร ในเดือน ม.ค. – มี.ค. 56) เนเธอร์แลนด์ (15.1 พันล้านยูโร) และไอร์แลนด์ (8.9 พันล้านยูโร) ในขณะที่สหราชอาณาจักรขาดดุลมากที่สุด (-24.1 พันล้านยูโร) รองลงมาคือฝรั่งเศส (-20.1 พันล้านยูโร) กรีซ (-5.3 พันล้านยูโร) และเสปน (-4.7 พันล้านยูโร)
3. อัตราการว่างงาน ใน Eurozone และ EU 27 ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในเดือน พ.ค. 56 อยู่ที่ร้อยละ 12.2 และร้อยละ 11 ประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่สุดคือ ออสเตรีย (ร้อนละ4.7) เยอรมนี (ร้อยละ5.3) และลักเซมเบิร์ (ร้อยละ5.7) ประเทศที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดคือ เสปน (ร้อยละ26.9) และกรีซ (ร้อยละ26.8 ในเดือนมี.ค. 56)
4. ระดับความน่าเชื่อถือ ในเดือน มิ.ย. 56 ระดับความเชื่อมั่นธุรกิจประบตัวขึ้นต่อเนื่องจากเดือนที่แล้ว โดนดัชชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (Economic Sentiment Indicator: ESI) ทั้งใน Eurozone และ EU27 เพิ่มขึ้น 1.8 จุด โดย ESI ใน Eurozone อยู่ที่ 91.3 และ EU27 อยู่ที่ 92.6 จุด ประเทศที่ดัชนี ESI เพิ่มขึ้นสูงสุดคือ เสปน (เพิ่มขึ้น 2.7 จุด) อิตาลี (เพิ่มขึ้น 1.7 จุด) ฝรั่งเศส (พิ่มขึ้น 1.3 จุด) เยอรมนี (เพิ่มขึ้น 1.1 จุด) และเนเธอร์แลนด์ (เพิ่มขึ้น 0.9 จุด)
แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจในยุโรปยังคงอยู่ในสภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการหดตัวทางเศรษฐกิจก็ปรับลดลงในบางประเทศ และมีการขยายตัวบ้างเล็กน้อยในบางประเทศ
มูลค่าการส่งออกของไทยไปยังสหภาพยุโรปใน 5 เดือนแรกของปี 2556 มีมูลค่า 9,284 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 1.55 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 9,142.3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญ 20 รายการแรกนั้น ส่วนใหญ่มีการส่งออกเพิ่มมากขึ้น โดยสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดคือสามอันดับแรกคือ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบเพิ่มขึ้นร้อยละ 42.84 เลนส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 45.55 และ โพลีเมอร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 44.44 ส่วนสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกลดลงสามอันดับแรกคือ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กลดลงร้อยละ 24.44 ยางและผลิตภัณฑ์ยางลเลงร้อยละ 23.45 เครื่องรับวิทยุและเครื่องรับโทรทัศน์และส่วนประกอบลดลงร้อยละ 19.15
สนับสนุนข้อมูลโดย สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
