ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
ภาครัฐไทยกำลังเร่งหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยถูกอียูตัดสิทธิ GSP
                                                                                สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์
                                                         กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ   กระทรวงการต่างประเทศ
                                             อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]

           การขอให้สหภาพยุโรป (อียู) งดเว้นการเก็บอากรกับสินค้าประมงเป็นการชั่วคราว และการขอให้อียูให้โควต้าแก่สินค้าประมงเป็นกรณีพิเศษเป็น 2 ทางเลือกหลักที่ภาครัฐไทยกำลังพิจารณาประกอบการหาทางแก้ไขปัญหากุ้งไทยจะถูกอียูตัดสิทธิ GSP (การให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร) ข้อมูลจากคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป
            ระเบียบ GSP ฉบับใหม่ของอียูได้รับการประกาศเมื่อเดือนธันวาคม 2555 แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ภายใต้ระเบียบใหม่สำหรับไทยนอกจากกุ้งและผลิตภัณฑ์ประมงหลายชนิดซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดแล้ว ส่วนขนมขบเคี้ยวและอาหารสัตว์ อัญมณีและเครื่องประดับ รวมถึงไข่มุก เป็นอีก 2 กลุ่มสินค้าที่จะถูกตัดสิทธิ GSP ด้วยเช่นกัน
             การที่ไทยส่งออกสินค้าทั้ง 3 กลุ่มเกินกว่าสัดส่วนที่ถูกกำหนดไว้ (17.5 % ของสินค้าประเภทนั้นที่อียูนำเข้าจากทุกประเทศที่ได้รับสิทธิ GSP) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สินค้าเหล่านี้ถูกตัด GSP ซึ่งจะทำให้สินค้าไทยไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดอียู
การถูกตัดสิทธิ GSP ภาษีนำเข้ากุ้งแช่แข็งจะปรับเพิ่มจาก 4.2 % เป็น 12% ขณะที่สินค้าผลิตภัณฑ์กุ้งอื่นๆ จะเพิ่มจาก 7% เป็น 20%
            โดยคำนึงว่าไทยมีศักยภาพสูงในการส่งออกสินค้าทั้ง 3 กลุ่มข้างต้นในตลาดอียู โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ได้รับสิทธิ GSP ทางเลือกทั้งสองข้างต้นที่ภาครัฐไทยอาจพิจารณาเสนอให้อียูพิจารณา ถือได้ว่าเป็นมาตรการบรรเทาปัญหาในระยะสั้น
            ขณะที่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว สินค้าทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวน่าจะได้รับการหารือระหว่างไทยกับอียูในบริบทของการเจรจาความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีระหว่างกัน
2 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: คอลัมน์ Trade Update หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
โดย: กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ