ปักกิ่งและมาเก๊ากำลังให้ความสนใจการท่องเที่ยวและการค้าบริการระหว่างประเทศ
ปักกิ่งและมาเก๊ากำลังให้ความสนใจการท่องเที่ยวและการค้าบริการระหว่างประเทศ

ปักกิ่งและมาเก๊าจับมือสู่อนาคตอันสดใสระหว่างการจัดการประชุมว่าด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน (Beijing Macao Cooperation and Exchange Symposium)

ปักกิ่งและมาเก๊าจับมือกันผลักดันความร่วมมือทางธุรกิจด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม  เชิงสร้างสรรค์ (cultural and creative industries) รวมทั้งอุตสาหกรรมการบริการด้านการค้า ซึ่งดูมีอนาคตสดใสอย่างมาก โดยเมื่อวันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดการประชุมว่าด้วยความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างกรุงปักกิ่งและเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Beijing Macao Cooperation and Exchange Symposium) เป็นครั้งที่ 2 ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊าซึ่งบริษัททั้งในปักกิ่งและมาเก๊าได้ ลงนามในสัญญาจำนวน 11 ฉบับ มีมูลค่า 4.14 พันล้านหยวน (674.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง) เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วมากถึงร้อยละ 60 ทั้งนี้ งานสัมมนาความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างกรุงปักกิ่งกับเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Beijing Macao Cooperation and Exchange Symposium) จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงปักกิ่ง ในปี พ.ศ. 2555 ซึ่งบริษัททั้งในปักกิ่งและมาเก๊าจำนวน 32 บริษัท ได้ลงนามในสัญญาจำนวนทั้งสิ้น 16 ฉบับ มูลล่า 2.57 พันล้านหยวน และในจำนวนนั้นมีสัญญาด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์กว่า 13 โครงการ

นาย Chui Sai-on ผู้บริหารสูงสุดของมาเก๊า กล่าวในพิธีเปิดการประชุมในครั้งนี้ว่า เขตบริหารพิเศษมาเก๊ามีความปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจระดับโลก และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจระดับภูมิภาค รวมทั้งเป็นแหล่งให้บริการทางการค้าสำหรับประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส ซึ่งในปัจจุบันมีประเทศที่สามารถใช้ภาษาโปรตุเกสได้และมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีนแล้ว 7 ประเทศจากทั้งหมด 8 ประเทศ ได้แก่ โปรตุเกส บราซิล  แองโกลา เคปเวิร์ด กินี-บิสเซา โมซัมบิก และติมอร์ตะวันออก ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สำหรับจีนเนื่องจากมีประชากรมากประมาณ 300 ล้านคน ในขณะที่นาง Irene Lau Kuan-va กรรมการบริหารสถาบันสนับสนุนการค้าและการลงทุนมาเก๊า (the Macao Trade and Investment Promotion Institute) เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าได้รับผลประโยชน์มากมายหลังจากมีโอกาสได้เข้าพบผู้แทนจากกรุงปักกิ่งในการประชุม โดยทางสถาบันฯจะพยายามหาโอกาสเดินทางไปกรุงปักกิ่ง เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเพิ่มเติม พร้อมทั้งจะพยายามดำเนินการตามสัญญาที่ได้ลงนามไปอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยสร้างบริบทที่ดีขึ้นสำหรับการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนระหว่าง  กรุงปักกิ่งและเขตบริหารพิเศษมาเก๊า

มุมมองจากปักกิ่ง: “มาเก๊า” ประตูสู่ตลาดใหม่

ด้าน นาย Wang Anshun นายกเทศมนตรีกรุงปักกิ่ง ได้กล่าวว่า กรุงปักกิ่งมีความประสงค์ จะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับเขตบริหารพิเศษมาเก๊า โดยทั้งสองฝ่ายจะขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในหลายภาคธุรกิจ อาทิ การค้าด้านบริการ ธุรกิจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนั้น กรุงปักกิ่งยังต้องการใช้เขตบริหารพิเศษมาเก๊าเป็นเวทีเพื่อขยายความร่วมมือไปสู่ประเทศและภูมิภาคอื่นๆ ที่ใช้ภาษาโปรตุเกสนอกจากนี้ นาย Wang ยังกล่าวต่อไปอีกว่า

ปัจจุบัน กรุงปักกิ่งเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเขตบริหารพิเศษมาเก๊า เห็นได้จากปริมาณการค้าระหว่างกรุงปักกิ่งและเขตบริหารพิเศษมาเก๊าที่สูงมากถึง 350 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2555 เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ร้อยละ 22 ซึ่ง นาย Lian Zhaotong ศาสตราจารย์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศทางธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยมาเก๊า แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า การทำงานร่วมกับกรุงปักกิ่งจะส่งผลให้เขตบริหารพิเศษมาเก๊าสามารถส่งออกสินค้าที่ผลิตภายในเขตบริหารพิเศษมาเก๊าไปยังกรุงปักกิ่งและจังหวัดอื่นๆ ในจีนได้ อีกทั้งเขตบริหารพิเศษมาเก๊ายังสามารถทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางส่งออกสินค้าที่นำเข้าจากภูมิภาคและประเทศต่างๆ ที่ใช้  ภาษาโปรตุเกสไปยังจีนได้อีกด้วย โดยปักกิ่งน่าจะใช้มาเก๊าเป็นประตูสู่ตลาดต่างประเทศ และใช้ประโยชน์จากมาเก๊าในด้านนโยบายที่ยืดหยุ่น เครือข่ายนานาชาติ และช่องทางทางการเงิน

มุมมองจากมาเก๊า: “อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว” หนทางสู่ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

นาย Jackson Chang ประธานสถาบันสนับสนุนการค้าและการลงทุนมาเก๊า (Macao Trade and Investment Promotion Institute) กล่าวว่า ในช่วง 2 ถึง 3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการบริการ อาทิ การจัดการประชุมและงานนิทรรศการได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในมาเก๊า โดยมีงานลักษณะดังกล่าวที่จัดขึ้นในมาเก๊าจำนวนมากกว่า 1,000 งาน ไม่ว่าจะเป็นงานประชุมเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โรงแรม ธุรกิจแฟรนไชส์ โดย นาย Sou Tim-peng ผู้อำนวยการสำนักงาน การบริการทางเศรษฐกิจ (Director of Economic Services Bureau) ของเขตบริหารพิเศษมาเก๊า กล่าวว่า ภาคธุรกิจการจัดการประชุมและนิทรรศการได้สร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับมาเก๊า โดยงานแฟร์หลายงานได้ใช้ประโยชน์จากการที่มาเก๊าเป็นแหล่งให้บริการทางการค้า โดยในทางกลับกัน งานแฟร์เหล่านี้ก็ได้ทำให้ธุรกิจการประชุมและนิทรรศการในมาเก๊ามีความเป็นสากลมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับภาคการท่องเที่ยว ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม รายได้ของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊าคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 47 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเก๊าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ในทุกๆ ปี โดยในปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยว 28 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 30 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวดังกล่าวจะส่งผลดีต่ออุสาหกรรมหลายประเภทในมาเก๊า รวมถึง การค้าปลีก การจัดประชุม และการจัดนิทรรศการ

จับตาอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์จีน-มาเก๊า...หรือจะเป็นคู่แข่งของไทย?

บีไอซีมองว่า ความร่วมมือระหว่างกรุงปักกิ่งและเขตบริหารพิเศษมาเก๊าจะช่วยสร้างให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงธุรกิจภาคบริการและการค้า เจริญเติบโตขึ้น  อย่างรวดเร็วทั้งในปักกิ่งและมาเก๊า ซึ่งทั้งสองเมืองก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่เก่าแก่ จึงมีพื้นฐานทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจในลักษณะดังกล่าว และยังจะทำให้มีการนำเข้าและส่งออกสินค้าจากประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกสมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจำนวนมากมายมหาศาลที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับยังจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเมืองอันดีระหว่างเมืองหลวงและมาเก๊าอีกด้วย ดังนั้น ไทยน่าจะจับตามอง ความเติบโตของอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและเชิงสร้างสรรค์ของจีนและมาเก๊าซึ่งไทยเราเองก็มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหรรมดังกล่าว โดยเฉพาะธุรกิจประเภทการจัดการประชุมการสัมมนา และงานแฟร์ ซึ่งไทยอาจใช้ประโยชน์ในการสร้างความร่วมมือกับจีนและมาเก๊าที่อาจจะกลายเป็นคู่ค้าหรือคู่แข่งที่สำคัญของไทยในอนาคต

29 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: (1) “Beijing, Macao focus on tourism, trade service” จากหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 (2) “Exhibition sector booms” จากหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 (3) “City serves as trade platform for Chinese companies” จากหนังสือพิมพ์ South China Morning Post ฉบับวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 (4) “Beijing, Macao ink $1b deals at symposium” จากเว็บไซด์ www.usa.chinadaily.com(29/07/2013)
โดย: ศุภรัตน์ จงดีไพศาล

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ