นาย Karel De Gucht ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการค้าต่างประเทศของรัฐสภายุโรป (INTA) รายงานสถานะล่าสุดและความเห็นเกี่ยวกับการเจรจารอบโดฮาและการเจรจา FTA รวมถึงแผนงานในอนาคตของสหภาพยุโรป สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. การเจรจารอบโดฮา
1.1 อียูผิดหวังต่อการเจรจาด้านสาระภายใต้รอบโดฮามาก และเห็นว่าขณะนี้การเจรจาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากมาก ข้อเสนอของประเทศเศรษฐกิจใหม่รายสำคัญๆ ยังต่างจากท่าทีที่ประเทศพัฒนาแล้วจะยอมรับได้มาก โดยเฉพาะเรื่องการเปิดเสรีรายสาขาในสินค้าอุตสาหกรรม
1.2 อียูได้พยายามอย่างดีที่สุดที่จะช่วยเสนอท่าทีประนีประนอมระหว่างคู่เจรจาหลัก แต่บางประเทศก็ไม่ได้เตรียมที่จะขยับท่าทีของตนจึงเกิดปัญหาชะงักงัน ขณะนี้ ผู้อำนวยการใหญ่ WTO กำลังทดสอบท่าทีสมาชิกโดยการพบกับรายประเทศ one-by-one หรือที่เรียกว่า confessionals แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของโลกจะเตรียมที่จะขยับท่าทีเพื่อให้การเจรจารอบโดฮาเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายหรือไม่ แต่สถานะของการเจรจารอบโดฮาจะมีผลกระทบต่อแผนงานของอียู หรือไม่นั้น คงจะต้องรอดูผลของการหารือที่เจนีวาในสัปดาห์ต่อๆ ไป
2. การเจรจา FTA ระดับสองฝ่าย
2.1 อินเดีย: การเจรจาที่มีความคืบหน้ามากที่สุดในขณะนี้คือการเจรจาจัดทำ FTA กับอินเดีย การเจรจาอยู่ในขั้นตอนสำคัญที่จะพยายามหาข้อสรุปประเด็นที่เป็นปัญหาให้ได้ก่อนฤดูร้อนนี้ แต่จากประสบการณ์พบว่าการเจรจาในขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นช่วงที่ยากที่สุด
2.2 อาเซียนในปีนี้จะเร่งทำงานร่วมกับอาเซียนมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจของอาเซียนกำลังเติบโตอย่างมีพลวัตรและอาเซียนกำลังอยู่ในกระบวนการรวมกลุ่มภูมิภาค จึงมีโอกาสทางการค้าอย่างมาก อียูจึงจำเป็นต้องเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับอาเซียนเร็วขึ้นเพราะคู่แข่งของอียูกำลังเจรจาเพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในการเข้าสู่ตลาดนี้
สำหรับสิงคโปร์และมาเลเซียอียูกำลังเจรจา FTA กับสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยการเจรจากับสิงคโปร์มีความคืบหน้าด้วยดี ซึ่งหากไม่มีปัญหาใด ก็อาจสรุปผลได้ก่อนสิ้นปีนี้ ส่วนการเจรจา FTA กับมาเลเซียก็เริ่มต้นด้วยดีและหวังว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายใน 2 ปี
นอกจากนี้ อียูยังคงเปิดกว้างที่จะเปิดการเจรจา FTA กับสมาขิกอาเซียนอื่นๆ และกำลังประสานงานกับเวียตนามและไทยเพื่อให้การเตรียมการเจรจามีความคืบหน้า
2.3 กลุ่มละตินอเมริกา: คณะกรรมาธิการการค้าเพิ่งลงนามย่อในความตกลง FTA กับโคลอมเบีย เปรู และกลุ่มอเมริกากลาง ขั้นต่อไปก็จะขอความเห็นชอบจากรัฐสภา
กลุ่ม Mercosur เป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคนี้ ปัจจุบันอียู กำลังเจรจากับกลุ่มนี้เรื่องกฎเกณฑ์เช่นข้อกำหนดด้านสุขอนามัย การแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และการค้าบริการ เป็นต้น แต่เรื่องที่ยากที่สุดคือเรื่องการยื่นข้อเสนอเปิดตลาด ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร
2.4 การเจรจากับแคนาดานั้น หวังว่าจะสามารถสรุปผลได้ก่อนสิ้นปีนี้ ถึงแม้การเลือกตั้งทั่วไปของแคนาดาในวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 อาจจะมีผลกระทบต่อเงื่อนเวลาสรุปผลการเจรจาบ้าง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เกิดปัญหาใดๆ
2.5 สำหรับความสัมพันธ์กับ strategic partners นั้น ปัจจุบันมีกระบวนการที่ถาวรกับสหรัฐฯ ภายใต้ TEC แล้วซึ่งจะมีการประชุมครั้งต่อไปในฤดูใบไม้ร่วงหน้า แต่ระหว่างนี้ก็ยังทำงานร่วมกันโดยเมื่อเร็วๆ นี้ สหรัฐฯ และอียูก็ได้ตกลงกำหนดหลักการพื้นฐานร่วมกันในเรื่องการค้าบริการด้าน ICT
2.6 ในส่วนของจีน ยังมีงานที่จะต้องดำเนินการอีกมากเนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจของจีนและบรรยากาศการทำธุรกิจในจีนยังไม่ดีขึ้น อียูจึงจะใช้เครื่องมือทุกชนิดที่มีอยู่ปรับปรุงสถานการณ์ดังกล่าว
2.7 สำหรับญี่ปุ่นนั้น ที่ประชุม European Council ครั้งที่ผ่านมาขอให้ที่ประชุมผู้นำ EU – Japan ครั้งต่อไปพิจารณาเงื่อนไขที่จะให้การจัดทำ FTA กับญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ โดยญี่ปุ่นจะต้องแสดงเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขปัญหาเช่นเรื่อง อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีและข้อจำกัดในการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ โดยสรุปคือ อียูเตรียมที่จะเริ่มเจรจากับญี่ปุ่นหากญี่ปุ่นปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จะตกลงกัน และอียูจะต้องมั่นใจว่าญี่ปุ่นมีระดับความทะเยอทะยานเท่ากับอียู
ทั้งนี้ นโยบายการค้าของอียูจะมุ่งไปที่การต่างตอบแทนกันและสร้างเวทีการแข่งขันในระดับที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้ประกอบการยุโรป หากมีปัญหาเรื่องความไม่เป็นธรรมก็จะต้องแก้ไขปัญหานั้น
3. แผนงานในอนาคต
3.1 Commissioner Barnier กรรมาธิการด้านตลาดภายในและการค้าบริการ เสนอเครื่องมือที่จะสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจยุโรปจะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างของคู่ค้าเท่ากับที่ประเทศคู่ค้าได้จากตลาดอียู โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงหลังของปีนี้
3.2 เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่ออุปทานวัตถุดิบ และหากจำเป็นก็จะดำเนินการภายใต้กระบวนการระงับข้อพิพาทของ WTO เช่นเดียวกับที่ดำเนินการกับจีนเมื่อปีที่แล้ว
3.3 จะตีพิมพ์ Communication เรื่อง “Trade and Development” ปลายปี 2011 โดยจะเริ่ม หารือกับสาธารณชนเร็วๆ นี้
3.4 จะทำการทบทวนระบบ Generalized System of Preferences (GSP) ในเดือนพฤษภาคมนี้ เรื่องนี้จะเป็นงานใหญ่สำหรับปีนี้ โดยจะเน้นประโยชน์ที่จะตกแก่ประเทศที่ต้องการสิทธิประโยชน์นี้จริงๆ
3.5 การจัดทำกฎหมายเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่อง Dual Use เรื่อง Export Credits เรื่อง Omnibus I และเรื่อง Investment เป็นต้น สำหรับเรื่อง Investment นั้น ประสงค์จะรับฟังความเห็นของรัฐสภาเกี่ยวกับแนวทางการเจรจาและการคุ้มครองการลงทุนโดยเร็วที่สุด
3.6 คาดว่าความตกลง Anti-Counterfeiting Trade Agreement (ACTA) จะสามารถลงนามได้ในฤดูร้อนนี้
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
