แม้ยูนนานจะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เนื่องด้วยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น มีอาณาเขตติดต่อกับ 3 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม ลาว และเมียนมาร์ รวมระยะทาง 4,060 กม คิดเป็น 1 ใน 5 ของพรมแดนทางบกทั้งจีน ติดกับเมียนมาร์ 1,997 กม. เวียดนาม 1,354 กม. และลาว 710 กม. และอยู่ใกล้ไทย กัมพูชา บังกลาเทศ และอินเดีย เมื่อเดือน พ.ค. 2554 รัฐบาลจีนจึงได้อนุมัติยุทธศาสตร์ป้อมหัวสะพาน (Bridgehead Strategy) หรือภาษาจีนเรียกว่า “เฉียวโถวเป่า” ให้มณฑลยูนนานทำหน้าที่เสมือนเป็น “ป้อมปราการ ด่านแรก” ของภาคตะวันตกของจีน เพื่อเชื่อมดินแดนจีนตอนในกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการแสวงหาทางออกสู่ทะเล และได้บรรจุเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 12 (2554-2558)
การจะเป็น “ป้อมหัวสะพาน” ที่สมบูรณ์แบบ จำเป็นต้องมีเครือข่ายการคมนาคมที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูง ในแต่ละปี รัฐบาลมณฑลยูนนานทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อพัฒนาโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ให้มีความก้าวหน้า สมกับการเป็นเมืองหน้าด่านด้านตะวันตกของจีนอย่างแท้จริง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 12 ของมณฑลยูนนาน (2554-2558) และยุทธศาสตร์ป้อมหัวสะพาน จึงได้กำหนดแผนการพัฒนาเครือข่ายการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงภาคตะวันตกของจีน กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ดังนี้
การคมนาคมทางบก
การคมนาคมทางบก แบ่งเป็น เส้นทางถนน และเส้นทางรถไฟ โดยปัจจุบัน มณฑล ยูนนานมีทางหลวงเชื่อมระหว่างมณฑล 7 สาย ได้แก่ คุนหมิง-ฉงชิ่ง คุนหมิง-ซัวเถา คุนหมิง-เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง-กว่างโจว คุนหมิง-ปักกิ่ง คุนหมิง-ทิเบต และรุ่ยลี่(ชายแดนยูนนาน-เมียนมาร์)-หางโจว และทางด่วนเชื่อมระหว่างประเทศ 4 สาย ได้แก่ คุนหมิง-เหอโข่ว(เชื่อมเวียดนาม) คุนหมิง-บ่อหาน (เชื่อมลาวและไทย) คุนหมิง-รุ่ยลี่ (เชื่อมเมียนมาร์) และคุนหมิง-เถิงชง(เชื่อมเมียนมาร์และอินเดีย) ซึ่งเส้นทางส่วนใหญ่ได้เปิดใช้งานแล้ว โดย ณ สิ้นปี 2553 ยูนนานมีทางหลวงรวม 209,000 กม. และทางด่วน 2,630 กม. ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างทางหลวงเพิ่มเป็น 223,000 กม. และทางด่วนเพิ่มเป็น 4,500 กม. ภายในปี 2558 [1]
|
ทางหลวงระหว่างมณฑล 7 สาย |
ทางหลวงระหว่างประเทศ 4 สาย | ||||
|
เส้นทาง |
ระยะทาง |
สถานะ |
เส้นทาง |
ระยะทาง |
สถานะ |
|
คุนหมิง-ฉงชิ่ง |
838 กม. |
เปิดใช้ตลอดเส้นทาง |
คุนหมิง-บ่อหาน (R3A) |
695 กม. |
เปิดใช้ตลอดเส้นทาง |
|
คุนหมิง-ซัวเถา |
1,696 กม. |
เปิดใช้แล้วบางส่วน โดยบางช่วงในมณฑลยูนนาน และกว่างโจว อยู่ระหว่างการก่อสร้าง |
คุนหมิง-รุ่ยลี่ |
692 กม. |
เปิดใช้แล้วบางส่วน คาดแล้วเสร็จปี 2557 |
|
คุนหมิง-เซี่ยงไฮ้ |
2,361 กม. |
เปิดใช้ตลอดเส้นทาง |
คุนหมิง-โหวเฉียว |
683 กม. |
เปิดใช้ช่วงคุนหมิง- เถิงชง เหลือช่วงเถิงชง-โหวเฉียวยังไม่เริ่มก่อสร้าง |
|
คุนหมิง-กว่างโจว |
1,432 กม. |
เปิดใช้แล้วส่วนใหญ่ เหลือช่วงหงเหอ-สือหลิน
|
คุนหมิง-เหอโข่ว |
412 กม. |
เปิดใช้แล้วส่วนใหญ่ |
|
คุนหมิง-ปักกิ่ง |
2,491 กม. |
เปิดใช้ช่วงเสฉวน-ส่านซี สำหรับเส้นทางในปักกิ่ง มณฑลเหอเป่ย และบางส่วนในยูนนาน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง |
|
|
|
|
คุนหมิง – ทิเบต |
2,300 กม. |
เปิดใช้ตลอดเส้นทาง |
|
|
|
|
รุ่ยลี่-หางโจว |
2,981 กม. |
เปิดใช้แล้วส่วนใหญ่ โดยเส้นทางในมณฑลกุ้ยโจว และ หูหนาน อยู่ระหว่างการก่อสร้าง |
|
|
|
ถึงแม้ยูนนานจะมีเส้นทางถนนที่มีความพร้อมสูง แต่ก็เร่งพัฒนาการเชื่อมโยงระบบราง ซึ่งเป็นรูปแบบการคมนาคมขนส่งที่มีต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อรองรับการขนส่งประชาชน และสินค้าที่คาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภูมิประเทศของยูนนานส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับหุบเขา การก่อสร้างเส้นทางรถไฟจึงใช้งบประมาณสูง โดยปี 2556 รัฐบาลยูนนานเตรียมงบประมาณก่อสร้างเส้นทางรถไฟ 21,700 ล้านหยวน หรือกว่า 1 แสนล้านบาท มากกว่าปี 2555 ถึง 1 เท่าตัว[2] ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า รัฐบาลยูนนานจะใช้งบประมาณเพื่อลงทุนด้านการรถไฟ ระหว่างปี 2556-2558 สูงถึง 1 แสนล้านหยวน[3]
|
เส้นทาง |
ระยะทาง |
เวลาเดินทาง |
สถานะ |
|
เส้นทางรถไฟระหว่างมณฑล 8 สาย | |||
|
ยูนนาน-ทิเบต |
1,950 กม. |
- |
ช่วงคุนหมิง-แชงกรีล่า เดิมมีอยู่แล้ว ช่วงแชงกรีล่า-ทิเบต คาดแล้วเสร็จปี 2558 |
|
คุนหมิง-หนานหนิง |
898 กม. |
12 |
เดิมมีอยู่แล้ว |
|
คุนหมิง-เสฉวน |
872 กม. |
18 |
เดิมมีอยู่แล้ว |
|
คุนหมิง-กุ้ยหยาง |
828 กม. |
12 |
เดิมมีอยู่แล้ว |
|
คุนหมิง-เฉิงตู (ด่วน 200 กม/ชม) |
737 กม. |
5 |
คาดแล้วเสร็จปี 2563 |
|
ยูนนาน-กวางสี (ช่วงยูนนาน ด่วน 200 กม/ชม และช่วงกว่างซี ความเร็วสูง 250 กม/ชม) |
715.8 กม. |
5 |
คาดแล้วเสร็จปี 2559 |
|
คุนหมิง-ฉงชิ่ง (ความเร็วสูง 250 กม/ชม) |
700 กม. |
3 |
คาดแล้วเสร็จปี 2563 |
|
คุนหมิง-เซี่ยงไฮ้ (ความเร็วสูง 350 กม/ชม) |
2,181 กม. |
8 |
คาดแล้วเสร็จปี 2558 |
|
เส้นทางรถไฟเชื่อมโยงออกต่างประเทศ 4 สาย | |||
|
สายตะวันออก คุนหมิง-เหอโข่ว |
390 กม. |
1. คุนหมิง-ยวี่ซี 108 กม. ปัจจุบันเป็นรถไฟธรรมดา กำลังพัฒนาเป็นรถไฟความเร็วสูง เริ่มก่อสร้าง มิ.ย.2552 คาดเสร็จในปี 2557 2. ยวี่ซี-เมิ่งจื้อ เปิดใช้งาน 23 ก.พ.2556 ระยะทาง 141 กม. 3. เมิ่งจื้อ-เหอโข่ว 141 กม. เริ่มก่อสร้าง ก.ค. 2552 คาดเสร็จ ก.ย. 2557 | |
|
สายกลาง คุนหมิง-บ่อหาน |
596 กม. |
1. คุนหมิง-ยวี่ซี เป็นเส้นทางเดียวกับคุนหมิง-ยวี่ซีของสายตะวันออก 2. ยวี่ซี-บ่อหาน (ยวี่ซี่-ผูเอ่อร์-จิ่งหง-บ่อหาน) 488 กม. ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ได้รับบรรจุในแผนระยะกลางและระยะยาวด้านการพัฒนาเส้นทางรถไฟของรัฐบาลกลาง | |
|
สายตะวันตก คุนหมิง-รุ่ยลี่ |
612 กม. |
1. คุนหมิง-ต้าหลี่ กำลังขยายเส้นทาง คาดแล้วเสร็จ พ.ค.2560 ร่นเวลาเดินทางเหลือ 2 ชม. แบ่งเป็น 2 ช่วง 1.1 คุนหมิง-กว่างทง 107 กม. เริ่มก่อสร้าง ต.ค. 2550 คาดเปิดใช้สิ้นปี 2556 1.2 กว่างทง-ต้าหลี่ 175 กม. เริ่มก่อสร้างปลายปี 2555 2. ต้าหลี่-เป่าซาน 134 กม. เริ่มก่อสร้าง มิ.ย.2551 คาดเสร็จปี 2557 3. เป่าซาน-รุ่ยลี่ 196 กม. เริ่มก่อสร้าง พ.ค. 2554 คาดเสร็จปี 2561 | |
|
สายเหนือ คุนหมิง-โหวเฉียว |
- |
เส้นทางภายในประเทศส่วนใหญ่ใช้เส้นทางเดียวกับสาย ตะวันตก โดยแยกจากเมืองเป่าซานไปยังด่านโหวเฉียว อำเภอเถิงชง เพื่อเชื่อมต่อไปยัง เมียนมาร์ บังกลาเทศ และอินเดีย ช่วงเป่าซาน-โหวเฉียวยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้าง อยู่ระหว่างการดำเนินงานขั้นต้น | |
การคมนาคมทางน้ำ
แม่น้ำโขง ซึ่งช่วงที่ไหลผ่านมณฑลยูนนานมีชื่อเรียกว่า “แม่น้ำล้านช้าง” เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำที่สำคัญของมณฑลยูนนาน เชื่อมต่อกับท่าเรือเมิ่งม่อของลาว ท่าเรือ ว่านเปิงของเมียนมาร์ และท่าเรือเชียงแสนของไทย มีความสำคัญในการเชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนในมณฑลยูนนานกับเมียนมาร์ ลาว และไทย โดยท่าเรือสำคัญจะตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองจิ่งหง เขตปกครองตนเองชนชาติไทลื้อสิบสองปันนา ได้แก่1. ท่าเรือจิ่งหง อยู่ห่างจากจุดตัดระหว่างประเทศจีน-เมียนมาร์-ลาว ตามเส้นทางน้ำ 101 กม. อยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ 334.6 กม. และอยู่ห่างจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย 402.1 กม. [5]
2. ท่าเรือก๋านหล่านป้า อยู่ห่างจากท่าเรือจิ่งหงลงมาทางทิศใต้ประมาณ 27 กม. เป็นท่าเรือที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระของท่าเรือจิ่งหง
3. ท่าเรือกวนเหล่ย อยู่ห่างจากท่าเรือจิ่งหงลงมาทางทิศใต้ตามเส้นทางน้ำ 81 กม. หรือเส้นทางบก 157 กม. [6] ท่าเรือกวนเหล่ยเป็นด่านแรกของมณฑลยูนนาน เมื่อล่องเรือจากแม่น้ำโขงขึ้นไป เป็นจุดที่มีพรมแดนติดลาว และเมียนมาร์ ปัจจุบันเป็นท่าเรือหลักสำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างไทย-จีนทางแม่น้ำโขง เนื่องจากท่าเรือจิ่งหงอยู่ในตัวเมืองไม่สะดวกต่อการเป็นท่าเรือขนส่ง นอกจากนี้ ท่าขนส่งสินค้า และผู้โดยสารที่ท่าเรือกวนเหล่ยจะช่วยแก้ปัญหาการล่องเรือในฤดูแล้งซึ่ง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดต่ำมา
แม้ปริมาณผู้โดยสาร และสินค้าที่ขนส่งผ่านแม่น้ำโขง-แม่น้ำล้านช้างจะลดลงหลังเกิดเหตุการณ์ สะเทือนขวัญในเดือน ต.ค. 2554 ซึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ต่อความปลอดภัยในแม่น้ำ โขง-แม่น้ำล้านช้าง แต่จากการที่จีน ลาว เมียนมาร์ และไทย ได้ร่วมกันทำการลาดตระเวนในเส้นทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ครั้งที่ 10 เมื่อเดือน พ.ค. 2556 พบว่า ปริมาณการเดินเรือในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.4 มีปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ถือว่าปริมาณเรือที่เข้า-ออกท่าเรือกวนเหล่ยของจีน ท่าเรือเมิ่งม่อของลาว ท่าเรือว่านเปิงของเมียนมาร์ และท่าเรือเชียงแสนของไทย กลับเข้าสู่ระดับปกติ ประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขงล้วนมีระดับความพึงพอใจและรู้สึก ปลอดภัยมากขึ้น[7]
การคมนาคมทางอากาศ
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2556 เป็นวันครบรอบ 1 ปีของการเปิดใช้สนามบินนานาชาติฉางสุ่ยคุนหมิง หลังย้ายมาจากสนามบินอู่เจียป้า สนามบินแห่งเก่าของนครคุนหมิง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2555 โดยสนามบินคุนหมิงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ปีละ 38 ล้านคน เป็นสนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีน รองจากสนามบินปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว
มณฑลยูนนานมีสนามบินที่เปิดใช้งานแล้ว 12 แห่ง ได้แก่ สนามบินคุนหมิง สนามบินสิบสองปันนา สนามบินลี่เจียง สนามบินเต๋อหง สนามบินผู๋เอ่อร์ สนามบินเถิงชง สนามบิน เป่าซาน สนามบินเหวินซาน สนามบินเจาทง สนามบินหลินชัง สนามบินต้าหลี่ และสนามบินแชงกรีล่า โดยมีโครงการขยายสนามบินให้ครอบคลุมทุกเมืองของมณฑลยูนนาน รวมถึงขยายสนามบินเดิมให้ใหญ่ขึ้น
ปี 2555 มณฑลยูนนานเปิดเส้นทางการบิน 319 เส้นทาง (ภายในประเทศ 275 เส้นทาง) เชื่อมต่อกับ 118 จุดหมายปลายทาง (ภายในประเทศ 89 เมือง) มีสายการบินให้บริการ 37 ราย (ภายในประเทศ 22 ราย) [8] โดยใช้นครคุนหมิงเป็นจุดศูนย์กลาง สร้างเครือข่ายการบินกระจายไปตามเมืองต่างๆ ภายในมณฑล มณฑลโดยรอบ เมืองขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ร่วมไปถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้
เดือน ก.ค. 2556 สนามบินนานาชาติฉางสุ่ยคุนหมิงมีปริมาณเที่ยวบินขึ้น-ลง 2.3 หมื่นเที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 740 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 35.3 มีปริมาณผู้โดยสารตลอดทั้งเดือน ก.ค. 2556 จำนวน 2,755,800 คน เฉลี่ยวันละ 88,900 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.8 มีปริมาณการขนส่งสินค้า 2.4 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 22.5 อัตราการขยายตัวของจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารสูงเป็นอันดับ 1 ของจีนปัจจุบัน มีสายการบินที่ให้บริการเส้นทางระหว่างไทยกับมณฑลยูนนานจำนวนหลายเส้นทาง ได้แก่ การบินไทย ให้บริการเส้นทางคุนหมิง-กรุงเทพฯ สายการบิน China Eastern Airlines ให้บริการเส้นทาง คุนหมิง-กรุงเทพฯ สิบสองปันนา-กรุงเทพฯ ลี่เจียง-กรุงเทพฯ คุนหมิง-เชียงใหม่ และคุนหมิง-เชียงราย นอกจากนี้ ยังมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำนำนักท่องเที่ยวจีนไปยังประเทศไทยอีกหลายเส้นทาง ได้แก่ คุนหมิง-สุราษฎร์ธานี และคุนหมิง-ภูเก็ต เป็นต้น ในอนาคต จะมีสายการบินจีนเปิดให้บริการเส้นทางเชียงใหม่-สิบสองปันนา และเชียงราย-สิบสองปันนาด้วย
ศักยภาพของมณฑลภาคตะวันตก[9]
นับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงสิ้นปี 2555 เศรษฐกิจมณฑลยูนนานขยายตัวใน อัตราที่สูงกว่าร้อยละ 10 ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 7 ปี โดยปี 2555 ถือเป็นปีแรกที่มณฑลยูนนานมีมูลค่า GDP ทะลุ 1 ล้านล้านหยวน รัฐบาลมณฑลยูนนานได้ตั้งเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2556 ไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 12 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมณฑลทางภาคตะวันตกของจีน ที่กำลังเร่งพัฒนาเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด มีประชากรรวม 500 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 37 ของประชากรจีนทั้งประเทศ ผลผลิตมวลรวม (GDP) ของทั้ง 12 มณฑลภาคตะวันตกมากกว่า 11 ล้านล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 22 ของ GDP ของจีน ขยายตัวจากปี 2554 มากกว่าร้อยละ 14 และช่วง 6 เดือนแรกปี 2556 มณฑลกุ้ยโจว และยูนนาน มีการขยายตัวของ GDP ร้อยละ 12.5 และ 12.4 เมื่อเปรียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จัดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของจีน ตามลำดับ ขณะที่ปี 2555 และครึ่งแรกปี 2556 เศรษฐกิจจีนโดยเฉลี่ยเติบโตที่อัตราร้อยละ 7.8 และ 7.6 ตามลำดับ นอกจากนั้น ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคตะวันตกของจีนขยายตัวร้อยละ 25.7 ปีต่อปี ในขณะที่ภาคตะวันออกมี FDI ลดลงร้อยละ 1.1 ปีต่อปี[10] ภาคตะวันตกของจีนจึงเป็นตลาดที่ใหญ่ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมาก แต่มีการแข่งขันน้อยกว่าภาคตะวันออก สามารถเป็นตลาดรองรับสินค้าไทยได้ ปัจจุบัน มูลค่าการค้าระหว่างจีนตะวันตกกับไทยยังอยู่ในระดับต่ำ จึงเป็นโอกาสสำหรับไทยในการเข้าไปชมีส่วนร่วมในการเติบโตของจีนตะวันตก ตั้งแต่เนิ่นๆ
ยูนนาน: โอกาสของไทยสู่จีนตะวันตก
ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งไทยและยูนนานมีความ เหมาะสมอย่างยิ่งในการทำหน้าที่เป็นประตูสู่กันและกัน ด้วยการเชื่อมโยงทางคมนาคมบนเส้นทาง R3A ระหว่างภาคเหนือของไทย จากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นเมืองหน้าด่าน การเชื่อมโยงทางบกของไทย ถึงด่านบ่อหาน มณฑลยูนนาน ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ซึ่งประหยัดเวลากว่าการขนส่งทางทะเลมายังมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 7 วัน และยังต้องใช้เวลาขนส่งเข้ามายังมณฑลตอนใน รวมใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 10-12 วัน เหมาะสมสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรกรรม อาทิ ผลไม้ อาหารทะเลแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป
จากเส้นทาง R3A สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายเส้นทางคมนาคมของมณฑลยูนนาน ไปสู่เมืองหลักในมณฑลภาคตะวันตกของจีน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากระยะเวลาขนส่งสินค้าที่ลดลง ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปัจจุบัน มีผู้ประกอบการในมณฑลเสฉวน และนครฉงชิ่ง ใช้เส้นทางดังกล่าวขนส่งผลไม้จากไทย เนื่องจากใช้เวลาน้อยกว่าการขนส่งทางทะลประมาณ 4-5 วัน จากการสอบถามผู้ประกอบการขนส่งในนครเฉิงตู และฉงชิ่ง ได้หันมาใช้เส้นทาง R3A เพื่อขนส่งผลไม้ เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกและรวดเร็วกว่าการขนส่งทางทะเล และคาดว่าเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เปิดใช้ และเมื่อมีการอำนวยความสะดวกการขนส่งคนและสินค้าบนเส้นทาง R3A ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น จะใช้เส้นทาง R3A เพื่อขนส่งผลไม้ และสินค้าต่าง ๆ จากไทย เพิ่มมากขึ้น
การที่รัฐบาลจีนได้ใช้นโยบายมุ่งลงใต้ และพัฒนาภาคตะวันตกรอบใหม่ ส่งเสริมให้มณฑลภาคตะวันตกเพิ่มการค้า และการลงทุน กับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และอาเซียน เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของมณฑลทางตะวันตกเอง ไทยจึงสามารถใช้โอกาสดังกล่าว และจากการมีที่ตั้งที่เหมาะสม อาศัยการเชื่อมโยงทางคมนาคมที่กำลังเป็นรูปร่างขึ้นในอนาคตเพิ่มการส่งออก สินค้าไทย ไปยังจีนตะวันตก อาทิ ฉงชิ่ง เฉิงตู กุ้ยโจว กว่างซีจ้วง เพื่อเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวและมีกำลังซื้อเพิ่มสูง ขึ้น ซึ่งจะเป็นตลาดทางเลือกที่สำคัญสำหรับสินค้าไทยนายโกสินทร์ บุณยวัฒโนภาส
ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน (นครคุนหมิง)
เขียน
นายธนพ ปัญญาพัฒนากุล
ตรวจ
www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/articles/detail.php?IBLOCK_ID=70&SECTION_ID=13058&ELEMENT_ID=13058
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
