
ทางการจีนกำลังพิจารณาเปิดตลาดน้ำมันดิบ โดยแบ่งโควต้าการนำเข้าน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นน้ำมันที่พิจารณาแล้วได้มาตรฐาน นอกเหนือจากรัฐวิหากกิจที่เป็นผู้นำเข้าอยู่ ซึ่งในรายงาน ความคิดเห็นเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงและการปรับโครงสร้างการส่งออกและการนำเข้า ของสำนักงานคณะรัฐมนตรีจีนที่ประกาศ เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 56 ระบุว่า ทางการจีนจะอนุญาตให้โรงกลั่นน้ำมันที่ได้มาตรฐานในด้านรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและการใช้พลังงานสามารถนำเข้าน้ำมันดิบมากขึ้น
ปัจจุบัน จีนมีรัฐวิสาหกิจเพียง 5 แห่งที่มีสิทธินำเข้าน้ำมันดิบ ได้แก่ China National Petroleum Corp. China Petrochemical Corp. SINOCHEM Group. China National Offshore Oil Corp.และ Zhuhai Zheng Rong Company. โดยรัฐวิสาหกิจ 2 แห่งยักษ์ใหญ่ China National Petroleum Corp. และ China Petrochemical Corp. ครองสัดส่วนถึงร้อยละ 90 ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของจีน ในปีที่ผ่านมา China National Chemical Corp (ChemChina) ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นธุรกิจปิโตรเคมีปลายน้ำ ได้รับโตวต้าน้ำเข้าน้ำมันดิบ 10 ล้านเมตริกตัน ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการทำลายการผูกขาดของตลาดนำเข้าน้ำมันจีน
หลังจากที่จีนได้เข้าร่วมองค์การการค้าโลกในเมื่อปี 2544 จีนให้สัญญาว่าจะเพิ่มโควต้าการนำเข้าน้ำมันดิบให้แก่บริษัทที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจในอัตราส่วนการเติบโตร้อยละ 15 ต่อปีในช่วงปี 2549-2553 แต่ในความเป็นจริงแล้วในช่วงเวลาดังกล่าว การนำเข้าน้ำมันดิบของบริษัทเอกชน (แม้ว่าได้มาตรฐานแล้ว) ก็ยังต้องผ่านรัฐวิสาหกิจ 5 แห่งข้างต้นอยู่ดี อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนจำนวนมากขึ้นที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันดิบและปิโตรเลียมจากกระทรวงพาณิชย์จีน อาทิ บริษัท Tyloo Energy Co. และ Zhongji Chemical Co. ในเมืองโจวซาน มณฑลเจ้อเจียง ที่ภายใต้บริษัท Tyloo Investment Group ที่มีความมุ่งหมายในการขยายธุรกิจการค้าน้ำมันดิบระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ทางการจีนกำลังส่งเสริมทุนภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันดิบและอุปกรณ์การจัดเก็บน้ำมันมากขึ้น
ตัวเลขสถิติจาก China National Petroleum Corp. ชี้ว่า การบริโภคน้ำมันดิบของจีนในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 475 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 จากปีก่อน ในจำนวนนี้ส่วนการนำเข้าจากต่างประเทศอยู่ที่ 269 ล้านตัน โดยมีอัตราการพึ่งพาต่างประเทศราวร้อยละ 57 และตามผลวิจัยของ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจและเทคโนโลยี China National Petroleum Corp. จีนจะนำเข้าน้ำมันดิบ 289 ล้านตันในปีนี้ ซึ่งการบริโภคน้ำมันดิบถึงร้อยละ 59 ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ตามรายงานที่ประกาศโดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐอเมริกา (EIA) จีนจะแซงหน้าสหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นประเทศที่นำเข้าน้ำมันสุทธิมากที่สุดในเดือน ต.ค. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดจีนที่เติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันยักษ์ของโลกก็มองการเปิดตลาดนำเข้าน้ำมันดิบของจีนในแง่ดี เนื่องจากการที่จีนจะกลายเป็นประเทศบริโภคน้ำมันดิบมากที่สุดนั้นจะสร้างกำไรมหาศาลให้บริษัทดังกล่าว
นักวิเคราะห์เห็นว่า เนื่องจากการเปิดตลาดนำเข้านำมันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของหลายๆ ฝ่าย และจากรัฐกลางจีนประกาศนโยบายใหม่ถึงการลงรายละเอียดในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ต้องใช้ระยะเวลายาวพอสมควร อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นตลาดและการลดการผูกตลาดจะเป็นแนวโน้มต่อไปของตลาดน้ำมันจีน และการส่งสัญญาเปิดตลาดนำเข้าน้ำมันดิบครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดการผูกขาดในตลาดน้ำมันของจีน ซึ่งช่องทางนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สามารถช่วยบรรเทาวิกฤติพลังงานของจีนในชั้นหนึ่ง เสริมสร้างศักยภาพของบริษัทเอกชน ตลอดจนเร่งการอัพเกรดของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมัน
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=475&ELEMENT_ID=13035
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
