เตรียม “สราญ” หรือ “สลด”..? เมื่อจีนเริ่มใช้ “กฎเหล็ก” การท่องเที่ยว 1 ต.ค. 2556 นี้
เตรียม “สราญ” หรือ “สลด”..? เมื่อจีนเริ่มใช้ “กฎเหล็ก” การท่องเที่ยว 1 ต.ค. 2556 นี้

เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนกว่าเท่านั้น จีนก็จะเริ่มใช้กฎหมายท่องเที่ยวที่เนื้อหาส่วนหนึ่งคุมเข้มไม่ให้มี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และพฤติกรรมบังคับซื้อของหรือเพิ่มจุดแวะซื้อของระหว่างท่องเที่ยวแล้ว ทว่า กฎหมายดังกล่าวส่งผลกระทบถึงตลาดการท่องเที่ยวทั้งในจีนและต่างประเทศ (รวมถึงไทย) โดยเฉพาะราคาค่าทัวร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจไม่น้อยสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งที่ชื่นชอบทัวร์ราคาถูก

"กฎเหล็ก” เดินหน้า.. ราคาทัวร์ดีดตัวขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 เป็นต้นไป “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และการบังคับพาลูกทัวร์ไปกินหรือซื้อของจะหมดสิ้นไป ด้วย “กฎเหล็ก” ด้านการท่องเที่ยวที่เข้าคุมเข้มพฤติกรรมของบริษัททัวร์ ส่งผลให้บริษัททัวร์ต้องมีต้นทุนทางธุรกิจสูงขึ้น แน่นอนว่าราคาค่าทัวร์ที่จะเสนอให้ลูกค้าก็ต้องสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

หลังจากที่จีนประกาศจะใช้กฎหมายท่องเที่ยว สังเกตได้ว่าราคาทัวร์ไปต่างประเทศทั่วไปเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 – 30 และบางเส้นทางท่องเที่ยวเพิ่มราคาจากเดิมร้อยละ 40 ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ช่วงวันชาติจีน (ต้นเดือน ต.ค.) ที่ถึงจะนี้ ราคาทัวร์บางแห่งได้ดีดตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1 เท่าเลยทีเดียว

ยกตัวอย่างทริปทัวร์ 10 วันเที่ยวฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ปกติบริษัททัวร์จะเสนอราคาค่าทัวร์เฉลี่ยที่คนละ 13,000 – 15,000 หยวน ซึ่งจะรวมทั้งพาไปซื้อของ พาไปกินร้านอาหาร (แบบไม่มีทางเลือก) แต่หากบริษัททัวร์ต้องตัดโปรแกรมหล่านี้ออกราคาทัวร์ก็จะเพิ่มเป็นประมาณ 18,000 หยวน

ไม่เพียงแต่ทัวร์ต่างประเทศเท่านั้น โปรแกรมทัวร์ในประเทศจีนที่ต้องตัดรายการแวะจุดซื้อของ และรายการท่องเที่ยวบางส่วนที่ลูกทัวร์จะต้องจ่ายต่างหากทิ้งไปแล้ว เหลือแต่เพียงจุดท่องเที่ยวล้วนๆ ก็ทำให้บริษัททัวร์ต้องเสนอราคาค่าทัวร์ใหม่ที่แพงขึ้นกว่าเดิมไปตามๆ กันทุกราย

"สงครามราคา” จะหมดไป.. "บริการประทับใจ” จะมาแทน

ก่อนหน้าที่จีนยังไม่มีกฎหมายการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากได้ร้องเรียนกับหน่วยงานภาครัฐจีนที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาถูกบริษัททัวร์เอาเปรียบหรือต้มตุ๋นอย่างต่อเนื่อง ทางการจีนจึงได้ร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้น โดยได้ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2556 ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น

หลายคนในวงการท่องเที่ยวต่างเห็นว่า หลังการประกาศใช้กฎหมายท่องเที่ยวฉบับดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าราคาทัวร์ต่างๆ จะสมเหตุสมผลขึ้นกว่าเดิม โดยที่ปรากฏการณ์แย่งชิงลูกค้าด้วย “สงครามราคา” ระหว่างบริษัททัวร์จะหายไป แต่จะกลายเป็นการแข่งขันกันด้วย “คุณภาพทางบริการ” แทน

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ากฎหมายดังกล่าวจะทำให้ราคาค่าทัวร์จะสูงขึ้น แต่ลูกทัวร์ก็จะได้รับความประทับใจจากการดูแลที่ดีขึ้นของไกด์ กล่าวคือ ไกด์ไม่ต้องแบกรับแรงกดดันในการสร้างรายได้ (ค่าคอมมิชชั่น) จากการเชียร์ให้ลูกทัวร์ซื้อของ และจะได้รับค่าแทนตอบสูงขึ้นตามราคาค่าทัวร์ที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ไกด์หันมาใส่ใจเพิ่มศักยภาพในการให้บริการแก่ลูกทัวร์ได้อย่างเต็มที่

ปัจจุบัน แม้ว่ากฎหมายดังกล่าวจะยังไม่เริ่มมีผลบังคับใช้ แต่บริษัททัวร์จำนวนมากก็ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่เพื่อเอาใจกลุ่มนักท่องเที่ยวแล้ว ตัวอย่างเช่น การออกโปรแกรม “ทัวร์ฟรีสไตล์” ตามใจนักท่องเที่ยว ซึ่งลูกทัวร์จ่ายเพียงแค่ค่าพาหนะเดินทางหรือค่าที่พักเท่านั้น ส่วนรายการอื่นๆ ที่เหลือสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้เอง หรือการแจ้งโปรแกรมท่องเที่ยวรายวัน (Program of the day) ให้ลูกทัวร์ทราบล่วงหน้า ทั้งชื่อโรงแรมที่พัก เมนูอาหารแต่ละมื้อ ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

จบแล้ว “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เที่ยวไทย.. เปิดศักราชใหม่ “ทัวร์คุณภาพ”

นับเป็นเวลากว่า 18 ปีที่ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ได้เริ่มเกิดขึ้นในกรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยวไทยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เป็นต้นมา ซึ่งได้สร้างความเสียหายทางภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศไทยในสายตาของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจำนวนไม่น้อย โดยในช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ยังสามารถพบเห็นทัวร์ศูนย์เหรียญเดินทางจากจีนไปเที่ยวไทย 5 คืน 6 วันในราคาต่ำสุดเพียงประมาณ 2,000 หยวนเท่านั้น!!

ทั้งนี้ กฎหมายการท่องเที่ยวของจีนจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยควบคุมมิให้เกิด “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และทำให้ทัวร์ท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ล่าสุดผู้บริหารฝ่ายตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศของเว็บไซต์ www.qunar.com วิเคราะห์ว่า ผลกระทบจากราคาค่าทัวร์ที่สูงขึ้น จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนหันมาสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตนเองมากขึ้น โดยจากผลสำรวจของเว็บไซต์ฯ พบว่า จุดหมายปลายทางแห่งแรกที่นักท่องเที่ยวจีนสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตนเองมากที่สุด คือ ประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย

นอกจากนี้ ผู้รับผิดชอบของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยข้อมูลต่อผู้สื่อข่าวว่า ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ททท. ได้จัดกิจกรรมโปรโมทโปรแกรมท่องเที่ยวคุณภาพ (ไม่มีการบังคับซื้อสินค้า) ขึ้นในกรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นครกว่างโจว และนครคุนหมิง ด้วยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 4,000 หยวนขึ้นไป ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีมากจากนักท่องเที่ยวจีนทั้ง 4 พื้นที่ดังกล่าว

ข้อมูลข้างต้นได้สะท้อนให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายท่องเที่ยวเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพของตลาดการท่องเที่ยวในจีนในระยะยาว โดยที่ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” จะค่อยๆ หมดสิ้นไป และเปลี่ยนใหม่เป็น “ทัวร์คุณภาพ” มาแทนที่ ประเทศไทยในฐานะที่เป็นเป้าหมายการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายท่องเที่ยวดังกล่าว ด้วยการมีทัวร์คุณภาพจากจีนทยอยเข้าสู่ไทยมากขึ้นตามลำดับ

ลิงค์ข่าว / บทความที่เกี่ยวข้อง

1. น่าดีใจ!! ไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 ของประเทศที่คนเซี่ยงไฮ้เลือกไปเที่ยวมากที่สุด (วันที่ 14 พฤษภาคม 2556)
2. เมื่อนานาประเทศชูกลยุทธ์ชิงนักท่องเที่ยวจีนกระเป๋าเงินหนา.. แล้วไทยจะยอมน้อยหน้าหรือ? (วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556)
3. เมืองไทยไม่น้อยหน้าเกาหลีใต้.. ติดอันดับสถานที่ในดวงใจที่ชาวจีนชอบไปท่องเที่ยว (วันที่ 12 ธันวาคม 2555)
4. ใครว่าคนจีนชอบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”? เดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนเป็น “ทัวร์หรูหรา” กันแล้ว (วันที่ 24 กรกฎาคม 2555)
5. ชาวเซี่ยงไฮ้ช็อปปิ้งกระจาย!! ฮิตทัวร์จับจ่ายเมืองนอก กรุงเทพฯ ติด 1 ใน 4 แหล่งช็อปปิ้งเอเชีย (วันที่ 23 พฤศจิกายน 2554)

-------------------------------------

จัดทำโดย นายโอภาส เหลืองดาวเรือง ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้
รวบรวมข้อมูลโดย Ms. Agnes Zhang(章晓琴)
ข้อมูลอ้างอิง :
(1) นสพ. Oriental Morning Post(东方早报)ฉบับวันที่ 16 ส.ค. 2556 หัวข้อ“《旅游法》将致跟团游全面涨价”
(2) http://travel.cntv.cn วันที่ 20 ส.ค. 2556 หัวข้อ“《旅游法》十一实施 海南泰国游至少涨千元”

21 สิงหาคม 2556

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ