
สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : หลังจากเส้นทางล่องเรือสำราญจีน-เวียดนามกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ลูกค้าล้นหลามจนต้องขยายเที่ยวบริการเพิ่มอีก
“เส้นทางล่องเรือสำราญเมืองเป๋ยไห่(กว่างซี)-ฮาลองเบย์(เวียดนาม)” เป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลระหว่างประเทศเส้นทางเดียวระหว่างจีนกับอาเซียนในขณะนี้
ประวัติความเป็นมา รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต่างเห็นชอบให้เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลข้ามชาติ โดยเริ่มให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่้อเดือนธันวาคม 2540 จนถึงเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 เส้นทางดังกล่าวถูกระงับการให้บริการชั่วคราว เนื่องจากปัญหาด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร (เรือโดยสารเกิดเหตุขัดข้องขณะให้บริการอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ผู้โดยสารต้องลอยลำอยู่กลางทะเลหลายชั่วโมง)
จนกระทั่งเมื่อ 28 มิถุนายน 2556 ได้มีการฟื้นฟูเส้นทางบริการนี้อีกครั้ง โดยให้บริการทุก 4 วัน ก่อนที่จะเพิ่มเที่ยวบริการเป็นทุก 2 วันเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยใช้เรือสำราญที่มีชื่อว่า “Star of Beibu Gulf” (北部湾之星) ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ความยาว 135 เมตร ความกว้าง 20.6 เมตร แรงขับ 13,500 แรงม้า น้ำหนัก 9,960 ตัน สามารถบรรทุกผู้โดยสาร 399 คน
บนเรือมีห้องพักวิวทะเลหลายแบบ เช่น ห้องชุดฮันนี่มูนหรูสุดสวีท ห้องเดี่ยว ห้องคู่ และห้องพัก 4 คน นอกจากนี้ยังมีบาร์ ห้องเล่นไพ่ ห้องกาแฟ โซนบาร์บีคิว ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ และโซนสินค้าปลอดภาษี
เส้นทางบริการเริ่มต้นจากท่าเรือเมืองเป๋ยไห่ของกว่างซี ผ่านหาดทรายเงินเมืองเป๋ยไห่ หาดทรายทองเมืองตงซิง และสิ้นสุดเส้นทาง ณ ท่าเรือฮาลองเบย์ของประเทศเวียดนาม รวมระยะทาง 146 ไมล์ทะเล ใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวราว 10 ชั่วโมง
เส้นทางดังกล่าวมีบริษัท Beibu Gulf Cruise Terminal (北部湾邮轮码头公司) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท Guangxi Beibu Gulf International Port Group (广西北部湾国际港务集团有限公司) เป็นผู้ให้ดำเนินการ
ตามรายงาน บริษัทฯ ได้ซื้อเรือเพิ่มอีก 2 ลำ และสั่งต่อเรืออีกหลายลำ โดยวางแผนจะผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวเรือสำราญใหม่ ๆ และผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวทางทะเลเพิ่มอีกในอนาคตอันใกล้ เช่น เส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลสู่อาเซียน และเส้นทางท่องเที่ยวรอบอ่าวเป่ยปู้ (อ่าวตังเกี๋ย)
ขั้นตอนการเดินทางมีความสะดวกรวดเร็วอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนนำเพียงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยื่นดำเนินการขอบัตรผ่านแดนล่วงหน้า หรือนำหนังสือเดินทางติดตัวเพื่อขอตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) ได้เช่นเดียวกัน
BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเรือสำราญของจีนมีอัตราเติบโตอย่างรวดเร็ว เมืองเลียบชายฝั่งทะเลหลายแห่งของจีนเริ่มสร้างท่าเทียบเรือสำราญเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้และกำลังซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ชาวจีนเริ่มรู้จักใช้จ่ายเงินในกิจกรรมนันทนาการมากขึ้น
ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย หากในอนาคตสามารถขยายเส้นทางล่องเรือสำราญมาเชื่อมสู่อ่าวไทย
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=464&ELEMENT_ID=13042
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
