คลังสมองจีนชี้ : ภาวะหนี้สินจีนไม่เกิดวิกฤตในระยะสั้น แต่ต้องปฏิรูประบบการเงิน
คลังสมองจีนชี้ : ภาวะหนี้สินจีนไม่เกิดวิกฤตในระยะสั้น แต่ต้องปฏิรูประบบการเงิน

ศูนย์การวิจัยการพัฒนาภายใต้สังกัดคณะรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นคลังสมองเบอร์หนึ่งของจีน ได้เผยรายงานระบุว่า ตั้งแต่สิ้นปี 2553 จนถึงปัจจุบัน มูลค่าหนี้สินของรัฐบาลจีนเท่ากับ 11.3 ล้านล้านหยวน โดยอัตราสินทรัพย์และหนี้สินในภาคสาธารณะของจีนอยู่ในระดับกลางตามมาตรฐานสากล ดังนั้น คงยังไม่เกิดวิกฤตหนี้สินในระยะสั้น แต่รายงานเตือนว่า ตามที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ช่องว่างระหว่างรายได้และรายจ่ายขยายกว้างมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สินของสินทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น

รายงานของศูนย์การวิจัยการพัฒนาจีนชี้ว่า หากคำนวณบนพื้นฐานตัวเลขในปัจจุบัน หนี้สินของรัฐบาลจีนครองสัดส่วนร้อยละ 26 ของ GDP จีนภายในปี 2563

ในปี 2554 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติจีนได้ดำเนินการตรวจหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นในทั่วประเทศจีน พบว่า ยอดมูลค่าหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นต่าง ๆ ของจีนมีทั้งสิ้น 10.7 ล้านล้านหยวน หลังจากนั้น จีนก็ไม่ได้ดำเนินการตรวจหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นจนกระทั่งคณะรัฐมนตรีจีนสั่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งชาติจีนเริ่มดำเนินการตรวจอีกรอบหนึ่งในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากความกังวลต่อหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

นาย Yu Yongding อดีตสมาชิกของคณะกรรมการนโยบายด้านการเงินของธนาคารกลางจีน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาหนี้สินของจีนยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เนื่องจากจีนมีเงินฝากออมทรัพย์ที่จำนวนมากและทรัพย์สินของรัฐที่มหาศาล โดยคาดว่ามีมูลค่าทั้งสิ้น 100 ล้านล้านหยวน แต่ในขณะเดียวกัน ผู้กำหนดนโยบายควรให้ความสำคัญในปัญหาหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นเป็นอย่างมาก เพราะว่ารัฐบาลกลางอาจไม่รู้ว่ามีหนี้สินจริงเท่าไหร่ และรัฐบาลท้องถิ่นมีความสามารถชำระหนี้สินได้จริงหรือไม่

สำหรับปัญหาหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น ศูนย์การวิจัยการพัฒนาของจีนได้แนะนำมาตรการแก้ไขปัญหา 4 ประการ ได้แก่ ขยายโอกาสการพัฒนา เร่งดำเนินการปฏิรูประบบการเงิน ควบคุมการใช้จ่ายในภาคสาธารณะ และก่อตั้งกลไกหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ปัญหาหนี้สินอาจเกิดขึ้น

สำหรับประเด็นการปฏิรูประบบการเงิน รายงานของศูนย์การวิจัยการพัฒนาของจีนแนะนำให้รัฐบาลกลางดำเนินขยายการปฏิรูปภาษี VAT ไปธุรกิจทุกสาขา รวมทั้งปรับเปลี่ยนการแบ่งภาษี VAT ระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง โดยเพิ่มส่วนแบ่งของรัฐบาลท้องถิ่นจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 30

20 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: www.chinadaily.com.cn (17/08/2013)
โดย: น.ส. บุษกร หลี่

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ