จีนเตรียมร่างแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13
จีนเตรียมร่างแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 13

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 56 ทางการจีนเผยว่า ปีนี้เป็นปีสำคัญสำหรับการดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเริ่มดำเนินการร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ซึ่งจะครอบคลุมระหว่างปี 2559 ถึงปี 2563

การศึกษาและจัดทำแผนการฯ ฉบับที่ 13 จะแบ่งดำเนินการเป็นขั้นตอน เช่น ปีนี้จะเริ่มจากการเน้นการวิเคราะห์และศึกษาปัญหาและอุปสรรคสำคัญของจีนที่ประสบอยู่ ปีหน้าจะเริ่มดำเนินการวิเคราะห์เบื้องต้นเพื่อตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจที่ต้องการจะบรรลุ และปี 2558 จะเน้นการจัดทำแผนการฯ

ทั้งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมาธิการแห่งชาติและคณะกรรมาธิการท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ประกาศแบบสำรวจความคิดเห็นบนเว็บไซต์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลการดำเนินแผนการฯ ฉบับที่ 12 โดยผลสำรวจชี้ว่า ภายหลังจากที่ดำเนินการตามแผนพัฒนาฯ ไปได้ 2 ปีครึ่ง คณะกรรมาธิการฯ จะประเมินผลการปฏิบัติแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 โดยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อกระตุ้นการดำเนินการปรับชีวิตประชาชนของแผนพัฒนาฯ เดินหน้าต่อไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้ในการวางแนวทางทางของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 อีกด้วย

ในที่การประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติ ครั้งที่ 18 เคยตั้งเป้าว่า จะต้องบรรลุเป้าหมาย“สังคมกินดีอยู่ดี” ภายในปี 2563 โดยจะทำให้มูลค่า GDP และรายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2553 ในการที่เป็นแผนการพัฒนาฯ 5 ปี ฉบับสุดทายก่อนที่จะถึงปี 2563 แผนการฯ ฉบับที่ 13 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศจีน

นาย Pei Changhong หัวหน้าสถาบันวิจัยด้านเศณฐกิจของสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน (Chinese Academy of Social Sciences) ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจจีนกำลังอย่ในช่วงการชะลอตัวลง การส่งเสริมการปฏิรูปและการเปิดกว้างทางนโยบายจะเป็นเนื้อหาสำคัญของแผนการฯ ฉบับที่ 13

นอกจากนี้ สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนในอนาคต นาย Lu Zhongyuan รองหัวหน้าของศูนย์วิจัยการพัฒนาของคณะนายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า ในช่วงการดำเนินแผนการฯ ฉบับหน้า จีนจะเผชิญกับสภาวะการเติบโตชะลอตัวลงเชิงโครงสร้าง (Structural Slowdown) ในระยะกลางและระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโต GDP โดยเฉลี่ยของจีนในช่วงปี 2559 - 2563 จะคงอยู่ที่ร้อยละ 7 นาย Lu Zhongyuan กล่าวเสริมว่า ปัญหาของจีนไม่ได้อยู่ที่การเติบโต แต่อยู่ที่การปรับโครงสร้างการเติบโตและปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ

21 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ China Daily ฉบับวันที่ 21 ส.ค. 56(20/08/2013)
โดย: น.ส. ณิชกานต์ ฉิน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ