เปิดตัว! “สมาคมส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา” นครฉงชิ่ง อย่างเป็นทางการ
เปิดตัว! “สมาคมส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา” นครฉงชิ่ง อย่างเป็นทางการ

รัฐบาลนครฉงชิ่ง เผยว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2556 ได้ก่อตั้ง “สมาคมส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา” ขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ มุ่งเน้นสนับสนุนการคุ้มครองและให้ความสำคัญต่อทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งจะสามารถมีส่วนช่วยในการพัฒนาการจัดการและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการรักษาทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่วิสาหกิจและประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างถูกต้อง

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

สมาคมดังกล่าวมีหน้าที่หลัก ได้แก่ 1) ศึกษาและวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับข้อมูลวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 2) ดูแลคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของวิสาหกิจในท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดและส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ที่เกี่ยวข้อง และ 3) กำหนดกฎเกณฑ์การควบคุมทรัพย์สินทางปัญญา โดยการผสมผสานทั้งกฎหมาย ธุรกิจและวัฒนธรรม เฉพาะของนครฉงชิ่ง เพื่อบริการและดูแลวิสาหกิจในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิดและสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ สมาคมดังกล่าว ยังได้จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญา ครอบคลุมทั้งด้านเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และข่าวสารทั่วไปทางธุรกิจ เพื่อให้วิสาหกิจในท้องถิ่นสามารถรับรู้และติดตามข่าวสารที่ทันสมัยได้อย่างสะดวกและฉับไว ปัจจุบัน สมาคมฯ แห่งนี้ มีวิสาหกิจสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้วจำนวน 68 ราย

อย่างไรก็ตาม “สมาคมส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา” ยังคงมีแผนที่จะพัฒนาและยกระดับความความสามารถด้านการคุ้มครอง ด้านกฎหมาย การบริหารจัดการ และปรับปรุงระบบการบริการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาแลกเปลี่ยนให้ความรู้และให้ความกระจ่างเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้อง ต่อยอดการก้าวเข้าสู่ความเป็นหน่วยงานมาตรฐานระดับสากล

ทั้งนี้ การเปิดตัว “สมาคมส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา” นครฉงชิ่ง เป็นการตอกย้ำว่า นครฉงชิ่งให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่วิสาหกิจในท้องถิ่น ตลอดจนวิสาหกิจอื่นๆ รายใหม่ โดยเฉพาะวิสาหกิจต่างชาติ รวมถึงวิสาหกิจของไทย ที่กำลังสนใจจะเข้ามาบุกเบิกขยายธุรกิจยังตลาดที่เพียบพร้อมด้วยศักยภาพทางเศรษฐกิจและประชาชนมีกำลังการบริโภคสูงอย่าง “นครฉงชิ่ง”

สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไปกับศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนได้โดยผ่านทางอีเมลล์ [email protected]

27 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: www.chongqing.zaobao.com (19/08/2013)
โดย: นายธวัช มหิตพงษ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ