จีนเตรียมออกแผนพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
จีนเตรียมออกแผนพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

จีนกำลังพิจารณาประกาศใช้แผนพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ซึ่งนำโดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) กระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศจีน กระทรวงคมนาคมจีน กระทรวงการเคหะและก่อสร้างเมืองและชนบทจีน และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับผลักดันการพัฒนาของอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

จากการคำนวณของทางการจีน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (2554-2558) จีนมีแผนลงทุนในโครงการประหยัดพลังงานและลดการปล่อยมลพิษที่สำคัญๆ ถึง 2.3 ล้านล้านหยวน และวางแผนลงทุนเพื่อพัฒนาพลังงานทดแทนอีก 1.8 ล้านล้านหยวน ส่วนแบ่งตลาดของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพสูงจะเพิ่มสูงขึ้นจากสัดส่วนปัจจุบันที่ร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 30

ปัจจุบัน จีนได้ตั้งเป้าหมายการประหยัดพลังงานของทั้งประเทศไว้ว่า ภายในปี 2558 การใช้พลังงานถ่านหินมาตรฐานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทุก 1 หมื่นหยวนจะต้องลดลงเหลือ 0.869 ตัน (คำนวณโดยราคาปี 2548) พร้อมกับประหยัดพลังงาน 670 ล้านตันถ่านหินมาตรฐานตลอดระยะเวลาแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12

นายเซี่ย เจิ้งหัว รองอธิบดี NDRC แนะนำว่า จีนกำลังเร่งทำวิจัยในด้านอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ คมนาคมคาร์บอนต่ำ อำเภอและเมืองคาร์บอนต่ำ นิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ชุมชนคาร์บอนต่ำ และย่านการค้าคาร์บอนต่ำ ตลอดจนพิจารณาขยายขอบเขตการใช้นโยบายชดเชยการบริโภค “ผลิตภัณฑ์สีเขียว” ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงอุตสาหกรรมและสารสนเทศจีน เห็นว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำนั้น ควรเน้นการประหยัดพลังงานในสาขาอุตสาหกรรมสำคัญควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ จีนได้ลงรายละเอียดในการประหยัดพลังงานในหลายๆ ด้าน อาทิ ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 การใช้พลังงานของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (รายได้ 20 ล้านหยวนต่อปีขึ้นไป) ต้องลดลงราวร้อยละ 21 การใช้พลังงานของรถยนต์ขนส่งและธุรกิจการบินต้องลดลงร้อยละ 5 และภายในปี 2558 อัตราส่วนของการปฏิบัติมาตรฐานการประหยัดพลังงานในโครงการก่อสร้างใหม่ต้องมากกว่าร้อยละ 95 เป็นต้น

สำหรับอุตสาหกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก อาทิ อุตสาหกรรมเหล็กกล้า โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก (Non – Ferrous Metals) ปิโตรเคมี วัสดุการก่อสร้าง เครื่องจักร อุตสาหกรรมเบา สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ จีนกำลังพยายามประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์การผลิตที่ประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพสูงแทน/ยกเลิกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ล้าสมัย นอกจากนี้ จีนยังมีแผนทดลองสร้างตลาด “การค้าคาร์บอน (carbon trading)” ชุดแรกที่กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ นคาเทียนจิง นคาฉงชิ่ง มณฑลหูเป่ย มณฑลกวางตุ่ง และเมืองเซินเจิ้น และทยอยขยายจุดทดลองไปถึงทั่วประเทศ ตลอดจนสร้างตลาดการค้าคาร์บอนทั่วประเทศในอนาคตอีกด้วย

สังเกตได้ว่า จากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงและปัญหามูลพิษที่หนักยิ่งขึ้นในการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลจีนและชาวจีนทั่วไปตื่นตัวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเน้นคุณภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การที่จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ อาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทยที่เกี่ยวข้องมาบุกตลาดจีน ในอีกทางหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องที่กำลังดำเนินการธุรกิจในจีนหรือประสงค์ที่จะมาลงทุนในจีน ก็ควรพิจารณาถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ/ค่ะ

23 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: http://finance.chinanews.com (23/08/2013)
โดย: นายคุณากร เหวิน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ