ศักยภาพในการพัฒนาของมอนเตเนโกร

           ไทยและมอนเตเนโกรมีรากฐานความสัมพันธ์ในระดับรัฐที่ดีมาก และทั้งสองก็มีท่าทีที่พร้อมที่จะร่วมมือกันในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และถึงแม้ในสภาพทีตั้งทางภูมิศาสตร์ไทยและมอนเตเนโกรจะตั้งอยู่ห่างไกลกัน แต่ไทยและมอนเตเนโกรก็สามารถป็นพันธมิตรที่ดีและเกื้อกูลซึ่งกันและกันในด้านต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

            ความร่วมมือระหว่างภาคเศรษฐกิจมอนเตเนโกรกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นช่องทางที่ดีในการขยายความร่วมมือทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน  มอนเตเนโกรยังเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและมอนเตเนโกร เพื่อช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าและอำนวยความสะดวกใรด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

            ภาคส่วนที่มีศักยภาพในการพัฒนาของมอนเตเนโกรคือ ภาคธุรกิจการประมงและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ประมง ในน่านน้ำของมอนเตเนโกรมีปลาปริมาณมากแต่ยังไม่มีระบบจัดการห้องเย็นที่ดี ในปัจจุบันอิตาลีกำลังให้ความสนใจที่เข้าไปจับปลาในมอนเตเนโกร เนื่องจากปลาในน่านน้ำอิตาลีได้เริ่มลดลงแล้ว นอกจากนี้ยังมีการทำฟาร์มกุ้งอยู่หลายบริษัท อย่างไรก็ดีแม้มอนเตเนโกรเป้นแระเทศติดทะเล แต่ยังคงต้องนำเข้าอาหารทะเล

            ศักยภาพของมอนเตเนโกรสามารถถูกจัดลำดับดังนี้ 1) การท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองชายฝั่งทะเลและเมืองทางตอนเหนือ ถึงแม้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่สมบูรณ์นัก 2) ธุรกิจเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม 3) เหมืองแร่บอกไซด์และเหมือนถ่านหิน 4) โรงงานผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะจากพลังน้ำ

            ในภาคส่วนการลงทุน มอนเตเนโกรประสบปัญหาเรื่องการผลิตอลูมิเนียม ซึ่งนอกจากมีราคาตกต่ำมากแล้ว ค่าไฟฟ้าก็สูงมาก ซึ่งทำให้ขาดทุนสูง แต่ยังจำเป็นต้องทำการผลิตต่อไปเพื่อมิให้เครื่องจักรหยุดการทำงาน

            นโยบายต่างประเทศที่สำคัญลำดับต้นของมอนเตเนโกรคือการเข้าเป็นสมาชิก EU และ NATO ถึงแม้ว่ามอนเตเนโกรจะเป็นประเทศขนาดเล็ก มีจำนวนประชากรน้อย แต่ก็เป็นประเทศที่มีศักยภาพที่ไทยจะสามารถพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจได้ โดยในการดำเนินโยบายปฏิสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจกับมอนเตเนโกร สาขาที่ฝ่ายมอนเตเนโกรมีความสนใจคือ 1)การเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียผ่านทางท่าเรือและการเชื่อมโยง Eastern Seaboard 2) การประมง ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่ดีของฝ่ายไทย 3)การเกษตรเป็นสาขาที่มอนเตเนโกรต้องการสนับสนุนอย่างมาก 4) สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งอาหารฮาลาล ซึ่งมอนเตเนโกรเป้นประเทศที่นำเข้าอาหารร้อยละ 80 5) การลงทุน ซึ่งสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตเพื่อกระจายสินค้าในภูมิภาคบอลข่านได้ 6) พลังงาน มอนเตเนโกรมีศักยภาพที่จะพัมนาพลังงานน้ำได้ดี เนื่องจากมีทะเลสาบขนาดกลางใหญ่จำนวนมากถึง 40 แห่ง 7) การท่องเที่ยว สิ่งอำนวยควาสะดวกด้านการท่องเที่ยวยังไม่ได้มาตราฐานที่ดีนักยังมีช่องว่างที่พัฒนาได้อีกมาก

******************

สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปส

23 สิงหาคม 2556

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ