ค่าเงินรูปีอินเดียผันผวน บริหารความเสี่ยงไม่เป็นอาจเจ็บตัว

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การลดค่าของเงินรูปีมีสาเหตุมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก
ปัจจัยภายนอก คือ นักลงทุนในอินเดียเคลื่อนย้ายการลงทุนจากอินเดียกลับไปยังสหรัฐฯ ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ นักลงทุนได้ทิ้งเงินรูปเพื่อไปถือครองเงินดอลลาร์ ได้ขายให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย
ปัจจัยภายใน คือ อัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียลดลง และปัญหาการขาดดุลบัญชีเงินสะพัด ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน ส่งผลต่อปริมาณการลงทุนภายในประเทศด้วย นอกจานี้มาตราการต่างๆที่ออกมาของรัฐบาลและธนาคารกลางอินเดียไม่สารมารถรักษาเสถียรภาพได้
จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการอินเดียทั้งผู้นำเข้าและส่งออกได้บริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราการแลกเปลี่ยน โดยใช้เครื่องมือในการค้าเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ต่างๆ เช่น
Forward contract เป็นสัญญาเงินตราต่างประเทศด้วยอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าซึ่งอาจเท่ากับ มากกว่าหรือน้อยกว่าอัตราแลกเปลี่ยนในปัจุบันก็ได้
Over-the-counter currency options (OTC) สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าระหว่าง authorized dealers ซึ่งมักเป็นธนาคารพาณิชย์กับบริษัทหรือบุคคลธรรมดา โดยธนาคารพาณิชย์มักเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข โดยตกลงเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม/อายุสัญญา/อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า แต่ไม่มีการกำหนดจำนวนมตรฐานของเงินตราที่จะต้องซื้อขาย
Exchange Traded Currency Futures เป็นสัญญามาตรฐานเพื่อซื้อขายเงินตราต่างประเทศในอนาคต อายุไม่เกิน 12 เดือน โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ทำการซื้อขายซึ่งจะเท่ากับ ต่ำกว่า หรือสูงกว่า อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันก็ได้
Exchange Trade Currency Options เป็นสัญญามาตรฐานที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อ (Buyer/Holder) ในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศในจำนวนและในอัตราที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าเมื่อถึงวันที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ผู้ขาย(Seller/Writer) ของสัญญาประเภทนี้มีพันธกรณีที่จะต้องสรรหาเงินตราต่างประเทศในจำนวนและอัตราตามที่ตกลงกันไว้ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันจะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม จึงอาจเปรียบสัญญานี้ได้กับสัญญาค้ำประกันอัตราแลกเปลี่ยน โดยผู้ซื้อจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม (Premium) ในทุกกรณีเปรียบเสมือนการจ่ายเบี้ยประกัน เมื่อถึงกำหนดวันที่จะต้องซื้อขายเงินตราต่างประเทศผู้ซื้อมีสิทธิจะเลือกซื้อขายเงินตราตามที่ ตกลงกันไว้หรือไม่ก็ได้
ที่ผ่านมารัฐบาลและธนาคารกลางอินเดีย(RBI) ได้มีมาตราการทางเงินต่าง ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็น การลดเพดานจำนวนเงินดอลลาร์สหรัฐที่ชาวอินเดียและบริษัทอินเดียสามารถใช้จ่ายในต่างประเทศ การห้ามซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ การขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและการห้ามนำเข้าโทรทัศน์จอแบนโดยไม่เสียภาษีโดยผู้โดยสารเข้าประเทศทางเครื่องบิน แต่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจกลับมองว่าว่านี่ไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ การกระตุ้นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนเพื่อดึงดูดเงินทุน
ล่าสุดธนาคารกลางอินเดียได้ประกาศจะรับซื้อตราสารหนี้เป็นมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านรูปีเพื่ออัดฉีดเข้าระบบและรักษาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจในอินเดีย ควรจะติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและด้านการเงินการลงทุนในอินเดียอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการลงทุนต่อไป
9 กันยายน 2556
แหล่งข้อมูล:
ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อินเดีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
