สภาวะเศรษฐกิจของโรมาเนีย

               ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 จีดีพี ของโรมาเนียขยายตัวร้อยละ 2.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ได้เคยคาดการณ์ไว้ และเป็นสิ่งยืนยันว่าในปี 2556 เศรษฐกิจของโรมาเนียอยู่ในภาวะฟื้นตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งออกที่มากขึ้นในขณะที่การนำเข้าลดน้องลง ซึ่งส่งผลทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวกครั้งแรกตั้งแต่การล่มสลายของคอมมิวนิสต์ในโรมาเนีย

                แม้ว่ารัฐบาลของนาย Victor Ponta จะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเพิ่มเงินบำนาญให้แก่ผู้ที่เกษียณอายุไปแล้ว แต่การบริโภคของประชาชนก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี  2556  อย่างไรก็ดี คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของ 2556 และปี 2557 ภาวะเงินเฟ้ออย่างช้าๆ และผลผลิตทางการเกษตรที่ดีในปี 2556 จะช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายสินค้าปลีกให้มากขึ้น คาดว่าราคาสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้นและผลผลิตที่ดีจะช่วยให้เกิดภาวะฟื้นตัวในภาคเกษตรกรรมจากปีที่ผ่านมาที่ภาคเกษตรกรรมได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศร้อนจัดที่ทำให้ผลิตผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ผู้ใช้แรงงานในภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นนร้อยละ 30 ของผู้ใช้แรงงานทั้งหมดในประเทศ จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลไปถึงการใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น

                ในไตรมาสแรกของปี 2556 การลงทุนจากต่างประเทศลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในยูโรโซน

                ปัจจัยหลักที่กระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2556 คือการส่งออก ซึ่งเมื่อประกอบกับความต้องการในประเทศที่ต่ำและการควบคุมการนำเข้า ส่งผลให้จีดีพีโตขึ้นร้อยละ 3.2  โดยนักวิเคราะห์เห็นว่า การส่งออกที่เหมาะสมกอปรกับค่าเงิน Ron ของโรมาเนียที่อ่อนลงนั้นจะมีผลต่อตัวเลขความเจริญเติบโตของจีดีพีในอนาคต

                แม้ในภาพรวม ตัวเลขทางเศรษฐกิจจะแสดงถึงภาวะการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโรมาเนีย แต่ปัจจัยสำคัญที่จะกระทบต่อภาวะทางเศรษฐกิจของโรมาเนีย คือ ภาวะทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปเพราะแม้ว่า โรมาเนียเริ่มหันไปให้ความสนใจกับการส่งออกไปยังประเทศนอกอียู แต่ ร้อยละ 65 ของสินค้าส่งออกของโรมาเนียนั้นได้ส่งไปยังประเทศต่างๆในอียู

 

******************

สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์

6 กันยายน 2556

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ