เตือนภัย...ค่าเงินรูปีผันผวน นักธุรกิจต่างชะลอการลงทุน
เตือนภัย...ค่าเงินรูปีผันผวน นักธุรกิจต่างชะลอการลงทุน

อินเดียประเทศที่มีความน่าจับตามองอีกหนึ่งประเทศของเอเชีย รองจากจีน ทั้งจำนวนประชากรที่ใกล้เคียงกัน ทั้งด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี แต่ขณะนี้อินเดียกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจด้านค่าเงินที่ผันผวน ซึ่งส่งผลต่อการค้าการลงทุนภายในประเทศ

ปัญหาด้านค่าเงินที่ผันผวนของอินเดีย เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-สิงหาคมที่ผ่านมา โดยค่าเงินรูปี มีการปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 20 โดยการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2556 ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนเงินรูปีลดลงต่ำสุดในประวัติการณ์ที่ระดับ64.13 รูปี/ดอลลาร์สหรัฐ แต่ปรับตัวขึ้นมาที่ 63.23 รูปี/ดอลลาร์สหรัฐ

ทำให้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์อินเดียได้มีการจัดการบรรยายเรื่อง Current Currency Volatility & Hedging at the Exchange ณ ห้องประชุมตลาดหลักทรัพย์ National Stock Exchange of India (NSE) โดยมีนักวิเคราะห์ได้การบรรยายถึงปัจจัยถึงความผันผวนของค่าเงินที่ปรับตัวลดลง โดยมีสาเหตุมาจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกดังนี้

ปัจจัยภายนอก คือ การที่เศรษฐกิจสหรัฐมีการกระเตื้องขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้นักลงทุนมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนกลับไปยังสหรัฐอเมริกา

ปัจจัยภายใน คือ อัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียลดลง และปัญหาการขาดดุลบัญชีเงินสะพัด ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน ส่งผลต่อปริมาณการลงทุนภายในประเทศด้วย นอกจานี้มาตรการต่างๆที่ออกมาของรัฐบาลและธนาคารกลางอินเดียไม่สารมารถรักษาเสถียรภาพได้

จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการอินเดียทั้งผู้นำเข้าและส่งออกได้บริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราการแลกเปลี่ยน โดยใช้เครื่องมือในการค้าเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ต่างๆ เช่น

Forward contract เป็นสัญญาเงินตราต่างประเทศด้วยอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าซึ่งอาจเท่ากับ มากกว่าหรือน้อยกว่าอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันก็ได้

Over-the-counter currency options (OTC) สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าระหว่าง authorized dealers ซึ่งมักเป็นธนาคารพาณิชย์กับบริษัทหรือบุคคลธรรมดา โดยธนาคารพาณิชย์มักเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข โดยตกลงเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม/อายุสัญญา/อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า แต่ไม่มีการกำหนดจำนวนมาตรฐานของเงินตราที่จะต้องซื้อขาย

Exchange Traded Currency Futures เป็นสัญญามาตรฐานเพื่อซื้อขายเงินตราต่างประเทศในอนาคต อายุไม่เกิน 12 เดือน โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ทำการซื้อขายซึ่งจะเท่ากับ ต่ำกว่า หรือสูงกว่า อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันก็ได้

Exchange Trade Currency Options เป็นสัญญามาตรฐานที่ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อ (Buyer/Holder) ในการซื้อขายเงินตราต่างประเทศในจำนวนและในอัตราที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าเมื่อถึงวันที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ผู้ขาย(Seller/Writer) ของสัญญาประเภทนี้มีพันธกรณีที่จะต้องสรรหาเงินตราต่างประเทศในจำนวนและอัตราตามที่ตกลงกันไว้ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันจะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม จึงอาจเปรียบสัญญานี้ได้กับสัญญาค้ำประกันอัตราแลกเปลี่ยน โดยผู้ซื้อจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม (Premium) ในทุกกรณีเปรียบเสมือนการจ่ายเบี้ยประกัน เมื่อถึงกำหนดวันที่จะต้องซื้อขายเงินตราต่างประเทศผู้ซื้อมีสิทธิจะเลือกซื้อขายเงินตราตามที่ ตกลงกันไว้หรือไม่ก็ได้

ที่ผ่านมารัฐบาลและธนาคารกลางอินเดีย(RBI) ได้มีมาตรการทางเงินต่าง ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็น การลดเพดานจำนวนเงินดอลลาร์สหรัฐที่ชาวอินเดียและบริษัทอินเดียสามารถใช้จ่ายในต่างประเทศ การห้ามซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ การขึ้นภาษีนำเข้าทองคำและการห้ามนำเข้าโทรทัศน์จอแบนโดยไม่เสียภาษีโดยผู้โดยสารเข้าประเทศทางเครื่องบิน แต่นักวิเคราะห์เศรษฐกิจกลับมองว่าว่านี่ไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ การกระตุ้นอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนเพื่อดึงดูดเงินทุน

ล่าสุดธนาคารกลางอินเดียได้ประกาศจะรับซื้อตราสารหนี้เป็นมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านรูปีเพื่ออัดฉีดเข้าระบบและรักษาอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจในอินเดีย ควรจะติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและด้านการเงินการลงทุนในอินเดียอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการลงทุนต่อไป

20 กันยายน 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์บริการข้อมูลเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ