โอกาสการลงทุนของภาคบริการการท่องเที่ยวของไทย

ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ [email protected]
การท่องเที่ยวในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ส่อแววสดใสขึ้นเรื่อยๆ จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา ทั้งจากกลุ่มตลาดเดิม เช่น อังกฤษ เยอรมัน อิตาลี และฝรั่งเศส และกลุ่มตลาดใหม่ เช่น กานา จีน อินเดีย และไนจีเรีย
ปี 2555 แอฟริกาใต้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเกือบ 10 ล้านคน ขณะที่ในไตรมาสแรกของปี 2556 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเติบโตกว่า 10 เปอร์เซนต์
การท่องเที่ยวที่เป็นแขนขาหลักของประเทศนี้ คือ การส่องดูชีวิตสัตว์ป่าหรือที่เรียกว่า “ซาฟารี” โดยอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ในสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ถือเป็นหนึ่งใน “พื้นที่ส่องสัตว์” ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาและเป็นบ้านที่มีสายพันธุ์ของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่าป่าสงวนใดๆ ในทวีปนี้ เช่น ช้างแอฟริกัน สุนัขป่าแอฟริกัน เสือชีต้า เสือดาว ควายป่า ฮิปโป ยีราฟ ม้าลาย และแรด
อย่างไรก็ดี การแข่งขันที่สูงในเวทีระหว่างประเทศ ทำให้แอฟริกาใต้ต้องเร่งพัฒนาและสร้างความหลากหลายให้กับภาคการท่องเที่ยวของตนเอง ในการนี้ ผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ จึงมีให้บริการมากยิ่งขึ้น อาทิ การท่องเที่ยวมรดกทางวัฒนธรรม การเยี่ยมชมวิถีชีวิตของ “ซูลู” ชนเผ่าที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศ และการจัดประชุม
เพื่อรองรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว South African Airways สายการบินแห่งชาติของแอฟริกาใต้มีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ อีกหลายแห่งในทวีปแอฟริกา โดยใช้เมืองโจฮันเนสเบิร์กซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และเมืองเคปทาวน์ เป็นศูนย์กลางการบิน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลแอฟริกาใต้ก็กำลังให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้คนในประเทศท่องเที่ยวภายในประเทศมากยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันรายได้ในส่วนนี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านบาทต่อปี
แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในแอฟริกา โดยมี GDP เป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 25 ของ GDP ของแอฟริกาทั้งทวีป
เทียบกับไทย แอฟริกาใต้มีพื้นที่ใหญ่กว่าถึง 2 เท่าครึ่ง ขณะที่มีประชากรน้อยกว่าไทยประมาณ 10 ล้านคน แต่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าไทย 2 เท่า
ในด้านการค้า แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในแอฟริกา ขณะเดียวกัน ไทยก็เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของแอฟริกาใต้ในอาเซียน ในด้านการลงทุนระหว่างกันยังมีไม่มากนัก โดยการลงทุนในภาคการท่องเที่ยว รวมถึงโรงแรม ร้านอาหาร และสปา เป็นหนึ่งในสาขาที่เป็นโอกาสของไทยในแอฟริกาใต้
ปัจจุบัน การบินไทยเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ – เมืองโจฮันเนสเบิร์ก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยไทยและแอฟริกาใต้มีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) ต่อกัน อันเป็นผลให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในแอฟริกาใต้ได้ครั้งละไม่เกิน 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า
27 กันยายน 2556
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
แอฟริกาใต้, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
