สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเอเธนส์ รายงานว่า เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา รัฐบาลกรีซได้ออกกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างประเทศหลายฉบับ ซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญที่รัฐบาลกรีซจะใช้ปรับโครงสร้างบริหารประเทศต่อจากนี้ไป แม้ว่าจะต้องเผชิญกับกระแสความไม่พอใจของประชาชนภายในประเทศก็ตาม แต่มาตรการดังกล่าวสามารถลดแรงกดดันจากเจ้าหนี้ 3 ฝ่าย (IMF, EU, ECB – Troika) ที่เร่งรัดให้รัฐบาลกรีซตัดรายจ่ายในภาครัฐอย่างเฉียบพลัน โดยมีเป้าหมายหลัก คือ ลดการขาดดุลงบประมาณที่มีติดต่อกันทุกปีของรัฐบาลกรีซให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นาย Antonis Samaras นายก รัฐมนตรีกรีซ กล่าวว่า หลังจากกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างผ่านการรับรองจากรัฐสภา กรีซไม่จำเป็นต้องมีมาตรการรัดเข็มขัดใดๆ เพิ่มเติมอีก เนื่องจากรัฐบาลได้เข้ามากำกับดูแลและเพิ่มทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ (หลังจากลดหนี้ไปแล้ว) ทำให้จากนี้ไปสถาบันการเงินกรีซจะมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ส่งผลให้การกู้ยืมเพื่อการลงทุนภายในประเทศทำได้ง่ายขึ้น และการลงทุนที่จะเกิดขึ้นนี้ยังจะช่วยให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย โดยในเบื้องต้นมาตรการเหล่านี้ได้เริ่มส่งผลให้สถานะทางการคลังของกรีซปรับ ตัวดีขึ้น เห็นได้จากในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2556 รัฐบาลได้เปรียบดุลงบประมาณ 2.9 พันล้านยูโร (เมื่อหักดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้ธนาคารกลางยุโรปแล้ว รัฐบาลกรีซได้ดุล 1.4 พันล้านยูโร) นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่รัฐบาลกรีซได้เปรียบดุลงบประมาณ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกรีซเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า กรีซน่าจะออกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและก้าวไปสู่การพัฒนาได้ในปี 2557
อย่างไรก็ตาม การนัดหยุดงานประท้วงเพื่อต่อต้านนโยบายและมาตรการเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาลกรีซยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากพ้นฤดูกาลพักร้อน (ช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค.) กลุ่มสหภาพแรงงานภาครัฐ (ADEDY) และเอกชน (GSEE) ก็เริ่มประกาศนัดหยุดงานประท้วงการปลดเจ้าหน้าที่รัฐ โดยการนัดหยุดงานระลอกใหม่ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ย. 2556 จะเป็นกลุ่มครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ในสถาบันศึกษาทุกระดับ (ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะถูกปลดออกในปีนี้) หน่วยงานราชการทั่วไป แพทย์ในโรงพยาบาลรัฐและทนายความต่างก็ประท้วงหยุดงานเช่นเดียวกัน ในอดีตการประท้วงหยุดงานของสหภาพแรงงานกรีซสามารถกดดันให้รัฐบาลกรีซยอมผ่อนปรนตามแนวทางที่สหภาพแรงงานต้องการได้ อย่างไรก็ตาม ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รัฐบาลกรีซไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องดำเนินตามแนวทางที่ Troika กำหนดไว้ เพื่อแลกกับการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้แต่ละงวดเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ จ่ายอัตราดอกเบี้ย และซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งรัฐบาลกรีซถือเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าจะปล่อยให้ประเทศล้มละลาย
โดยสรุป ประเด็นสำคัญของปัญหาเศรษฐกิจกรีซยังคงเป็นเรื่องของปริมาณหนี้สินจำนวนมหาศาลที่หลายฝ่ายเห็นว่ามากเกินกว่าที่กรีซจะชดใช้ได้หมด ขณะที่ความสามารถในการหารายได้ และแหล่งรายได้ของรัฐบาลกรีซยังมีจำกัด ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลกรีซจำต้องพึ่งพาแหล่งเงินกู้จากตลาดการเงินระหว่างประเทศเสมอมา นอกจากนี้ กลุ่มเจ้าหนี้กรีซได้คาดการณ์ว่า ในครึ่งหลังของปี 2557 กรีซยังคงต้องการเม็ดเงินเข้ามาฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจในประเทศอีกราว 10-11 พันล้านยูโร แต่สมาชิกยูโรโซนหลายประเทศไม่อยากจะให้เงินกู้กับกรีซอีก เนื่องจากมีทัศนคติด้านลบต่อกรีซ และเห็นว่าการที่ภาวะทางคลังของกรีซปรับตัว จนได้ดุลงบประมาณนั้นเป็นเรื่องดี แต่ก็เป็นไปอย่างล่าช้ามากเกินไป เมื่อเทียบกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของกรีซที่มีขนาดเล็ก
--------------------------------------------------
เรียบเรียงโดย
กองยุโรป 2
กรมยุโรป
www.europetouch.in.th/content/HeadlineDetail/ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกรีซ=25l84l84l84l75l84a5l94l27l.html
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
