ปักกิ่งเอาจริง สั่งปิดบริษัทที่ก่อเกิดมลพิษทางอากาศ 1,200 แห่ง!
ปักกิ่งเอาจริง สั่งปิดบริษัทที่ก่อเกิดมลพิษทางอากาศ 1,200 แห่ง!
            ตามแผนปฏิบัติเพื่อความสะอาดทางอากาศของกรุงปักกิ่งประจำปี 2556-2560 ปักกิ่งจะสั่งปิดบริษัทในวงการอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศกว่า 1,200 แห่ง ลดการเผาถ่านหินของอุตสาหกรรม 2 ล้านตัน และลดกำลังการผลิตปูนซิเมนต์เหลือ 4 ล้านตัน ตลอดจนควบคุมปริมาณการกลั่นน้ำมันอยู่ที่ระดับ 10 ล้านตันภายในปี 2560

             ตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ผ่านมา กรุงปักกิ่งมีการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อแหล่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ พร้อมกับพยายามลดแหล่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่มีอยู่ให้น้อยลง โดยในการอนุมัติโครงการอุตสาหกรรมใหม่ที่อาจเพิ่มการปล่อยมลพิษ กรุงปักกิ่งใช้ระบบ “ลด 2 โครงการเพิ่ม 1 โครงการ” เพื่อจำกัดแหล่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศใหม่ สำหรับโครงการที่ไม่ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะไม่ได้รับการอนุมัติจากทางการจีนทุกประการ นอกจากนี้ ประเภทอุตสาหกรรมที่ไม่ได้บรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษ จะถูกจำกัดปริมาณในการอนุมัติ

            ในด้านปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เดือนมิถุนายนที่ผ่านมากรุงปักกิ่งได้ประกาศ รายชื่อชี้แจงออกจากตลาดสำหรับอุตสาหกรรม เทคนิคและอุปกรณ์การผลิตที่ไม่เหมาะกับแนวทางการพัฒนาของเหมืองหลวง ซึ่งรวมถึง 182 รายการที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรม 9 ประเภท อาทิ ปิโตรเคมี เหล็กกล้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร เป็นต้น

            จนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ กรุงปักกิ่งได้สั่งปิดบริษัทที่ก่อให้เกิดมูลพิษไปแล้ว 184 แห่ง และกำลังจะสั่งปิดบริษัทผลิตอิฐบล็อกอีก 19 แห่งภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ในด้านปริมาณการกลั่นน้ำมัน กรุงปักกิ่งได้รับการอนุมัติการขยายกำลังการกลั่นน้ำมันของโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ พร้อมกับยกเลิกแผนการขยายกำลังกลั่นน้ำมัน 8 ล้านตัน

             ปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงปักกิ่งเรื้อรังมานาน แม้ว่าที่ผ่านมากรุงปักกิ่งได้ประกาศมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ สั่งเร่งลดปริมาณการใช้ยานพาหนะบนท้องถนนที่ก่อมลพิษ แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วงวันชาติจีนที่ผ่านมานี้ คุณภาพอากาศของกรุงปักกิ่งกลับมาแตะระดับ “อันตรายต่อสุขภาพ”อีกครั้ง คาดว่ากรุงปักกิ่งยังใช้มาตรการควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดต่อไป ทั้งนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องในจีนหรือสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องในจีน ก็ควรพิจารณาถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน


อ้างอิงข้อมูลจาก : ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

ขอบคุณรูปภาพจาก :  www.chinanews.com
29 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ กรุงปักกิ่ง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ