ท่าเรือน้ำลึก Sines ของโปรตุเกส
ท่าเรือน้ำลึก Sines ของโปรตุเกส
                ท่าเรือ Sines หรือ Port of Sines ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลิสบอนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 160 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1978 ที่เมือง Sines ซึ่งอยู่ติดมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นทะเลเปิดและมีระดับความลึกของทะเลเฉลี่ยประมาณ 28 เมตร มีพื้นที่กว้างขวางสามารถขยายท่าเรือโดยไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการคมนาคมขนส่งทางรถยนต์และทางรถไฟจาก ท่าเรือฯ ไปยังเมืองต่างๆของโปรตุเกสและสเปน ตลอดจนประเทศอื่นๆ ในยุโรป ในปี ค.ศ. 2012 ท่าเรือฯ รองรับปริมาณสินค้าเท่ากับ 28, 563 กิโลตัน โดยเป็นสินค้าเทกองเหลว (Liquid Bulk) 57% สินค้าเทกองแห้ง (Dry Bulk) 19.4 % และสินค้าทั่วไป (general cargo) 24 % โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดเท่ากับ 44% เมื่อเทียบกับท่าเรือทุกแห่งในโปรตุเกส
                ความสัมพันธ์ระหว่างท่าเรือฯ และชุมชนเมือง Sines นอกจากการให้บริการขนส่งทางทะเลแล้ว ท่าเรือฯ ยังมีพื้นที่สำหรับเป็นท่าเทียบเรือและสะพานเรือประมง เนื่องจากอุตสาหกรรมประมงสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเมือง Sines เป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังมีท่าเทียบเรือยอร์ช ซึ่งอยู่ถัดจากหาด Vasco da Gama ที่มีชื่อเสียงของโปรตุเกสด้วย ทั้งนี้ ท่าเรือฯ  และชุมชนมีความัมพันธ์ทีดีต่อกัน โดยชาวเมือง Sines ส่วนใหญ่ทำงานในท่าเรือฯ หรือกิจการต่างๆ ที่เปิดในท่าเรือ
                ท่าเรือฯ เปิดให้บริการเขตอุตสาหกรรมและลอจิสติกส์ (Sines Industrial and Logistic Zone) ซึ่งมีสำนักงานของบริษัทเอกชนรายใหญ่ของโปรตุเกส เช่น น้ำมัน Galp น้ำมัน Repsol และผู้ให้บริการด้าน Logistics ต่างๆ ทั้งนี้ จุดเด่นด้านบริการลอจิสติกส์คือระบบการจัดการเอกสารสำหรับสินค้าขาเข้าทาง อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถดำเนินการยื่นเอกสารล่วงหน้าก่อนสินค้าถึงท่าเรือ และช่วยประหยัดเวลาดำเนินการด้านเอกสารสามารถนำสินค้าออกจากท่าเรือฯ ได้อย่างรวดเร็ว
                การขนส่งทางเรือยังมีแนวโน้มเติบโตที่ดี และคาดหวังว่าหากการขยายคลองปานามาแล้วเสร็จจะเพิ่มปริมาณการขนส่งทางเรือ มากขึ้น สำหรับการขนส่งทางเรือไปยังเอเชีย ส่วนใหญ่กระทำผ่านท่าเรือของสิงคโปร์
                นอกจากนี้ผู้บริหารท่าเรือฯ แจ้งว่าโปรตุเกสสามารถเป็นฐานการลงทุนให้แก่นักลงทุนไทยที่ประสงค์จะทำการ ค้ากับประเทศในแอฟริกา เนื่องจากโปรตุเกสมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศอดีตอาณานิคมของโปรตุเกสใน แอฟริกา ซึ่งเศรษฐกิจกำลังเจริญเติบโต อาทิ อังโกลาและโมซัมบิค
                ผุ้บริหารท่าเรือฯ ประสงค์ให้นักธุรกิจและนักลงทุนไทยใช้บริการท่าเรือฯ เพื่อลงทุนในโปรตุเกส และประเทศยุโรปอื่นๆ ตลอดจนประเทศในแอฟริกาซึ่งเป็นตลาดใหม่ของไทย
                ภายหลังประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ โปรตุเกสพยายามนำเสนอการเป็นประตูสู่ยุโรปและกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส (CPLP) โดยออกมาตรการ “Golden Visa” ให้สิทธิถิ่นพำนักในโปรตุเกสแก่นักลงทุนจากประเทศนอกกลุ่มเชงเก้นที่ลงทุนหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโปรตุเกส ซึ่งยังสามารถเดินทางได้ทั่วทุกประเทศในกลุ่มเชงเก้น นอกจากนี้ โปรตุเกสยังเน้นประเด็นการมีความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประเทศ CPLP ในแอฟริกาที่มีเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็ว

สนับสนุนข้อมูลโดย : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน
ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www2.thaieurope.net/
1 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: http://www2.thaieurope.net/
โดย: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิสบอน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ