
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ขอนำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2556 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี อีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพเศรษฐกิจและเป็นประเทศน่าลงทุนชั้นนำในตะวันออกกลาง ตามที่ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี มา ณ ที่นี้
เศรษฐกิจภาพรวมของยูเออี
การเติบโตของ GDP ยูเออีในปี 2556 สูงขึ้น โดยสถาบัน Institute of International Finance (IIF) ได้ปรับตัวเลขพยากรณ์จาก 3.9% เป็น 4.7% เนื่องจากปัจจัยบวกที่ปรากฏใน 3 ไตรมาสแรกของปี ได้แก่ กำลังการผลิตน้ำมันที่สูงขึ้น 5% การใช้จ่ายภาครัฐของรัฐอาบูดาบีที่ สูงกว่าคาดการณ์ และการฟื้นตัวรวดเร็วของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ โดยคาดว่าเศรษฐกิจสาขาที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซจะเติบโต 4.6%
ล่าสุด ครม. ยูเออีได้มีมติอนุมัติงบประมาณกลาง(federal budget) สำหรับปี 2557-59 จำนวน 140,000 ล้านดีแรห์ม (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท) หรือสูงขึ้น 15% เมื่อเทียบกับรอบปี 2554-56 โดยงบประมาณ 51% จัดสรรให้แก่โครงการด้านการพัฒนาสังคม (การศึกษา สาธารณสุข สวัสดิการทางสังคม กองทุนผู้สมรส กองทุนผู้เกษียณ) 40% จัดสรรให้แก่ภารกิจของหน่วยงานรัฐบาล ส่วนที่เหลือจัดสรรให้แก่การพัฒนาสาธารณูปโภคและสาขาการเงิน เป็นต้น ซึ่งสื่อต่าง ๆ ในยูเออีได้ชื่นชมรัฐบาลกลางที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่นำโดยองค์ความรู้ ทั้งนี้งบประมาณกลางดังกล่าวได้รับเงินสนับสนุนส่วนใหญ่จากรัฐอาบูดาบีและดูไบ
ด้านการเงินและการธนาคาร
ธนาคารกลางยูเออีได้ประกาศระเบียบสินเชื่อด้านอสังหาริมทรัพย์ชุดใหม่ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 56 โดยในสาระสำคัญมีการจำกัดเพดานมูลค่าสินเชื่อ อัตราส่วนมูลค่าสินเชื่อต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และต่อรายได้ประจำของผู้ขอกู้ และระยะเวลาการผ่อนคืนสินเชื่อ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเก็งกำไรจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ดังที่เคยเกิดขึ้นในปี 2551 เนื่องจากในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาอสังหาริมทรัพย์ในดูไบเพิ่มสูงขึ้นราว 20-25%
ซึ่งในมาตราการใหม่นี้ ภาคธนาคารเอกชนในยูเออีมีความเห็นต่างกันออกไป โดยฝ่ายหนึ่งเห็นว่า เป็นมาตรการที่ถูกต้องและช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างมั่นคง ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่า ขณะนี้ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเป็นตัวขับเคลื่อนราคาอสังหาริมทรัพย์มากกว่าการเก็งกำไร โดยเห็นได้จากการที่ตลาดสินเชื่อมีอัตราการเติบโตเพียง 4.3% ซึ่งยังนับว่าต่ำอยู่ จึงไม่น่ามีความเสี่ยงมาก และการออกระเบียบใหม่นี้จะเป็นอุปสรรคให้ธนาคารขนาดเล็กและสถาบันการเงินอิสลามปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ได้ยากขึ้น
ด้านตลาดหลักทรัพย์
มีข่าวแว่วๆ ว่า ตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบี (ADX) และดูไบ (DFM) ได้ปรึกษาธนาคารเอกชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการรวมสองตลาดเข้าด้วยกัน โดยนสพ. Gulf News ของยูเออีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายอยู่ในขั้นการประเมินมูลค่าตลาด และน่าจะสามารถประกาศการรวมตัวกันได้ภายในสิ้นปี 2556 ขณะที่ผู้บริหาร ADX และ DFM กล่าวว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ซึ่ง ADX และ DFM ไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้อย่างชัดเจน คาดว่าน่าจะมีโอกาสพอสมควรที่จะมีการรวมตัวเกิดขึ้นจริง ซึ่งเหตุผลหลักคงไม่ใช่สภาวะปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์ เพราะทั้ง 2ดัชนีต่างมีอัตราการเติบโตเป็นบวกในปีนี้ โดยเฉพาะ DFM มีอัตราเติบโตสูงสุดอันดับต้นของโลกในปีนี้ แต่การรวมตัวน่าจะเป็นไปเพื่อลดต้นทุนในการซื้อขาย เพิ่มสภาพคล่องในตลาด และเพิ่มจำนวนบริษัทที่จดทะเบียนซึ่งจะช่วยลดความแปรปรวนของดัชนีทั้งตลาด และเป็นผลดีต่อการเติบโตระยะยาว
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
