พลังงานทดแทนในแอฟริกา โอกาสสำคัญของนักลงทุน – ศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้
ปัจจุบัน “พลังงาน” ได้กลายมาเป็นประเด็นความมั่นคงอย่างหนึ่ง  โดยเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออกกับการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ  โดยเฉพาะหากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ พึ่งพาภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก
ด้วยเหตุที่น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัดและมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง     หลายประเทศจึงหันมาให้ความสำคัญกับการแสวงหาแหล่งกำเนิดพลังงานใหม่ๆ รวมถึงพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“แอฟริกา” เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่กำลังเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อให้สอดรับกับการเป็นทวีปที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงระดับต้นๆ ของโลก ขณะเดียวกัน ก็กำลังประสบปัญหาวิกฤติพลังงาน  โดยประชากรแอฟริกากว่าพันล้านคน หรือกว่าครึ่งของทวีปยังไม่มีไฟฟ้าใช้  
สถานการณ์นี้เองเป็น “โอกาส” ของผู้ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม พลังงานน้ำ หรือพลังงานแสงทิตย์    
    “ทวีปแอฟริกามีศักยภาพมากในด้านพลังงานหมุนเวียน...โดยมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 0.10 – 0.15 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ kWh และจากพลังงานแสงอาทิตย์ 0.15-0.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อ kWh ซึ่งต่ำกว่าการใช้น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าซึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ 0.6-0.7 ดอลลาร์สหรัฐ” นาย Nitai Moshiah หัวหน้าฝ่ายพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของธนาคาร Standard Bank แอฟริกาใต้ ให้ข้อคิดเห็นในบทความเรื่อง “โอกาสการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนในแอฟริกาเพื่อทดแทนการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า” ซึ่งเผยแพร่ใน  Business Day หนังสือพิมพ์ชั้นนำของแอฟริกาใต้ เมื่อ 28 ต.ค. 2556
     บทความฯ ยังให้ข้อมูลด้วยว่า แอฟริกามีศักยภาพในการผลิตกำลังไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้ 1,888 Terawatt Hour (TWh) ต่อปี  ซึ่งร้อยละ 41 มากจากแม่น้ำคองโกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก   เช่นเดียวกับศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์  โดยประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกาได้รับแดดเฉลี่ยปีละ 325 วัน และจากลม ซึ่งชายฝั่งตะวันตกของทวีปมีความเร็วลมเกิน 11 เมตรต่อวินาที
    ในด้านกำลังการผลิต นาย  Moshiah ให้ข้อมูลว่า 48 ประเทศในซับซาฮารา (Sub-Sahara Africa) หรือ ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกา มีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้ารวมกันเพียง 68 Gigawatts (GW) เทียบเท่ากับประเทศสเปน ซึ่งมีประชากรเพียงไม่ถึงร้อยละ 5 ของประชากรในแอฟริกา   โดย 2 ใน 3 ของกำลังการผลิตดังกล่าว เป็นของแอฟริกาใต้ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของทวีป    
สำหรับแอฟริกาใต้ ถึงแม้จะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า แต่รัฐบาลของประเทศที่มีประชากรประมาณ 50 ล้านคนแห่งนี้ ก็มีแผนจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอีก 18 GW ภายในปี 2563 โดยจะให้สัมปทานสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 2.4 GW ผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
    อย่างไรก็ดี โดยที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแอฟริกาใต้มีต้นทุนที่สูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค การดำเนินการตามแผนข้างต้นจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ซึ่งทางการแอฟริกาใต้ก็ได้หาทางออกไว้แล้ว โดยการลงทุนไปลงทุนเพิ่มขึ้นในโครงการพลังงานหมุนเวียนของประเทศอื่นๆ ในซัปซาฮารา  
18 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานที่น่าสนใจจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพริทอเรีย (ประเทศแอฟริกาใต้) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการถือครองที่ดิน (The Land Holdings Bill)
  • “เก็บตกจากต่างแดน” ฉบับนี้ จะนำท่านผู้อ่านไปไกลถึงประเทศแอฟริกาใต้ หนึ่งในประเทศกลุ่ม BRICS ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ถูกหมายตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจใหม่ของโลกเทียบชั้นกลุ่ม G3 (สหรัฐฯ EU และญี่ปุ่น) เนื่องจากเศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากความพร้อมของทรัพยากรธรรมชาติและตลาดที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งการเป็นฐานที่มั่น ทางเศรษฐกิจและแหล่งกระจายสินค้าสำคัญของทวีปแอฟริกาโดยในครั้งนี้จะนำท่านผู้อ่านไปสำรวจพื้นที่ลงทุนในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์หลังจากเริ่มมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยหลายรายให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในแอฟริกาใต้ เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านอุปสงค์จากการขยายตัวของตลาดภายในประเทศและตลาดแอฟริกา (แอฟริกาใต้เป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์ไปทั่วทวีปแอฟริกา) รวมถึงด้านอุปทานที่บริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ของโลก โดยเฉพาะจากยุโรปได้เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์สำเร็จรูป ส่งผลให้แอฟริกาใต้มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จากข้อจำกัดของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศที่ยังผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์เป็นจำนวนมาก โดยไทยถือเป็นแหล่งนำ เข้าชิ้นส่วนยานยนต์สำคัญอันดับ 3 ของแอฟริกาใต้ รองจากเยอรมนีและญี่ปุ่น สอดคล้องกับข้อมูลมูลค่าส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยไปแอฟริกาใต้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงเกือบร้อยละ 30ต่อปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมองเห็นโอกาสในการขยายการลงทุนในแอฟริกาใต้ ทั้งนี้ จะขอพาท่านผู้อ่านไปสำรวจ 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่ลงทุนและคลัสเตอร์สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ของแอฟริกาใต้ ได้แก่ Gauteng,Eastern Cape และ Kwazulu-Natal...
  • นายหลิว ไจหยี่ ทูตถาวรประจำสหประชาชาติของจีน กล่าวสนับสนุนให้กลุ่มจี-77 ร่วมมือกันสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ทุกฝ่ายจะได้รับประโยชน์...
  • บริษัท เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ (MetaQuotes Software) ได้เปิดตัว MetaFintech ในฐานะ สำนักงานตัวแทนแห่งใหม่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปเมื่อเร็วๆนี้ และปัจจุบัน เมตาโควตส์ ซอฟต์แวร์ ประกาศขยายกิจการเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง โดยมอบหมายให้บริษัท Derivative System Technologies ทำหน้าที่เป็นสำนักงานตัวแทนในแอฟริกาใต้...
  • “พาณิชย์” จ่อคิวดันส่งออกรถยนต์มือสอง เน้นตลาดเพื่อนบ้าน–แอฟริกา พร้อมช่วยตลาดในประเทศ แถมได้ยอดการส่งออก ด้าน ส.อ.ท.ออกโรงหนุนทันควัน หลังผู้ประกอบการเจอพิษเศรษฐกิจซบเซา แถมค่ายรถยนต์โหมแคมเปญขายรถใหม่ จนรถมือสองล้นตลาด...
  • พันธมิตรในแวดวงอุตสาหกรรมต่างตบเท้าเข้าร่วมการประชุมประจำปีที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซแอลเอ็นจีของแอฟริกา โดยนับตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 เป็นต้นมา งานนี้ยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการเร่งพัฒนาและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งบริษัทและรัฐบาล...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ