"อียู" อัดเงินจ้างคนรุ่นใหม่ หวั่นปัญหาสังคมรุมเร้า
"อียู" อัดเงินจ้างคนรุ่นใหม่ หวั่นปัญหาสังคมรุมเร้า
     จากที่ยุโรปต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้ ทำให้วัยหนุ่มสาวจำนวนมากในประเทศสมาชิกต้องตกงาน แน่นอนว่าสหภาพยุโรปหรืออียูก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้าหากวัยรุ่นยังคงว่างงานกันอยู่จะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อเศรษฐกิจในอนาคต

     บลูมเบิร์ก เปิดเผยตัวเลขว่า ตัวเลขว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาว กลุ่มยูโรโซน 17 ประเทศ สูงถึง 12.2% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตเริ่มก่อตัวขึ้น โดยเฉพาะสเปนและฝรั่งเศสมีอัตราการว่างงานรวมกันสูงถึง 28.6% ตามรายงานของสำนักงานสถิติยุโรป ขณะที่ฝรั่งเศสมีตัวอย่างน่าตกใจว่า 1 ใน 4 ของประชากรวัยรุ่นหนุ่มสาวนั้นว่างงาน ขณะที่เยอรมนีสามารถทำได้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีอัตราว่างงานของวัยรุ่นอยู่ที่ 7.7%

     อียูได้มีการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการหาทางออก และมาตรการที่จะลดการว่างงานของวัยหนุ่มสาว ซึ่งจากการหารือกันจะมีมาตรการออกมาช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด เนื่องจากว่าอัตราการว่างงานที่สูงนี้จะเป็นตัวเร่งให้ชาวยุโรปมีความกังขาถึงประสิทธิภาพของอียูมากขึ้น รวมไปถึงการได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นของบรรดาพรรคการเมืองที่ต่อต้านการรวมกลุ่มอียูในประเทศต่าง ๆ

     นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวในการประชุมสุดยอดในวาระการว่างงานของเยาวชนที่ ฝรั่งเศสว่า นโยบายจากรัฐไม่สามารถสร้างงานให้กับประชาชนได้ แต่เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่จะเป็นส่วนเอื้อให้เกิดการจ้างงานขึ้นซึ่งที่ประชุมดังกล่าวได้เห็นพ้องอนุมัติเงินกว่า 6 พันล้านยูโร เพื่อลดอัตราการว่างงานภายในปี 2557 และ 2558 โดยเงินดังกล่าวจะถูกส่งให้กับธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และหนุนให้ภาคธุรกิจจ้างงานกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งที่ประชุมยังได้ให้น้ำหนักในการแก้ไขปัญหาการว่างงานไปยังผลการหารือก่อนหน้านี้ ที่จะส่งเสริมให้วัยหนุ่มสาวเข้าสู่การฝึกอาชีพภายใน 4 เดือนหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายฝ่ายในที่ประชุมต้องการให้ประเทศสมาชิกต้องปรับใช้จนกระทั่งสิ้นปีนี้

     นายแฮร์มาน ฟานรอมปุย ประธานสภายุโรปกล่าวเพิ่มเติมว่า สมาชิกยูโรโซนเกือบทั้งหมดต้องจับตาดูรายงานภาพรวมการจ้างงานซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้น

     อย่างไรก็ตามการเติบโตดังกล่าวนั้นไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การว่างงานของเยาวชนในภูมิภาคขณะนี้

     ด้านนายอันโตนิส ซามาราส นายกรัฐมนตรีของกรีซกล่าวว่า กรีซได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติสวิส อย่างเนสท์เล่ที่เริ่มเสนองาน 20,000 ตำแหน่งให้กับแรงงานที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี

     ทั้งนี้ ดูเหมือนกับว่ายุโรปยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน ซึ่งเป็นพื้นฐานของกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่หากยุโรปไม่เอาจริงเอาจังกับประเด็นนี้ เชื่อได้ว่ายุโรปจะต้องตกอยู่ในยุคมืดทางเศรษฐกิจอย่างยาวนานแน่นอน


ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.prachachat.net/news
19 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: http://www.prachachat.net/news
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ