EU เตรียมทบทวนกฎระเบียบสินค้าเกษตรอินทรีย์

EUเตรียมทบทวนกฎระเบียบสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1. การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ EU เติบโตอย่างต่อเนื่องนับจากทศวรรษที่ 1980s เป็นต้นมา โดยในช่วง ๒๐ ปีหลังมีอัตราการเติบโตสูงกว่าร้อยละ ๑๐ ต่อปี ปัจจุบันภาคเกษตรอินทรีย์ของ EU มีมูลค่าประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้านยูโรหรือเท่ากับร้อยละ ๑.๕ ของมูลค่าตลาดอาหารทั้งหมดและมีพื้นที่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๕ ของพื้นที่เกษตรทั่วทั้ง EU
ในอนาคตมีโอกาสที่ภาคเกษตรอินทรีย์ของ EU จะเติบโตได้อีก คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเล็งเห็นความสำคัญของการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้นและจะปรับปรุงแผนปฏิบัติงานเพื่อการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์และอาหารอินทรีย์ของ EU ให้ทันสมัย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของภาคเกษตรอินทรีย์ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค กระตุ้นการบริโภคและส่งเสริมให้พื้นที่เกษตรอินทรีย์ขยายตัวออกไป
2. เหตุผลที่ EU ต้องการทบทวนกฎระเบียบและแผนปฏิบัติงานเกี่ยวกับสินค้าเกษตรอินทรีย์
ประการแรก แผนปฏิบัติงานเพื่อการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์และอาหารอินทรีย์ของสหภาพยุโรปหรือ “EU’s Action Plan for Organic Food and Farming” ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา ๑๐ ปีแล้ว ในขณะเดียวกัน กฎระเบียบควบคุมการผลิตและติดฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์หรือ “Regulation (EC) No 834/2007 on organic production and labelling of organic products” ก็ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จึงสมควรแก่เวลาที่จะต้องนำมาทบทวนใหม่
ประการที่สอง ในปีที่ผ่านมา หน่วยตรวจราชการยุโรป (European Court of Auditors : ECA) ได้รายงานผลการตรวจสอบระบบควบคุมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ EU[1] พบว่า หน่วยงานรับผิดชอบ (competent authorities : CAs) ของสมาชิก EU บางประเทศยังทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานของหน่วยงานรับรองของเอกชน (control bodies : CBs) ได้ไม่ดีพอ ส่งผลให้ CBs บางแห่งบกพร่องในการปฏิบัติตามข้อบังคับของ EU หรือไม่ได้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติที่ดีบางอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น CAs บางประเทศไม่สามารถรับรองการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตภายในประเทศได้และเมื่อสินค้านั้นมาจากประเทศอื่นการตรวจสอบย้อนกลับก็ยิ่งลำบากมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าระบบควบคุมสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ EU ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง
3. การทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของคณะกรรมาธิการยุโรปจะมุ่งเน้นใน ๓ เรื่องหลัก ได้แก่
- การบังคับ (enforcement) และติดตาม (monitoring) การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์และการติดฉลาก (labelling)[2]
- การจัดตั้งมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ระดับนานาชาติเพื่อประโยชน์ทางการค้า
- ผลกระทบจากเมล็ดพันธุ์พืช GM ต่อการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะการผสมข้ามต้น (cross-fertilisation) ระหว่างพืช GM และ Non-GM ซึ่งเป็นปัญหาที่เกษตรกรกังวลมากที่สุด
4. คณะกรรมาธิการยุโรปคาดการณ์ว่าข้อเสนอ (proposal) ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของ EU น่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรกของปีหน้าหรือราวเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ หลังจากนั้นข้อเสนอดังกล่าวจะผ่านเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจร่วมระหว่าง ๓ สถาบันหลักใน EU ได้แก่ คณะกรรมาธิการยุโรป รัฐสภา และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานกว่าจะพิจารณา ปรับปรุงแก้ไข จนกระทั่งผ่านความเห็นชอบจากทั้ง ๓ สถาบัน กฎระเบียบควบคุมการผลิตและติดฉลากสินค้าเกษตรอินทรีย์ฉบับใหม่ของ EU จึงอาจพร้อมใช้ได้ประมาณปลายปี ๒๕๕๙ หรือ ๒๕๖๐[3]
โดย : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
[1] รายงานของ ECA No. 9/2012 เรื่อง “The audit of control system governing the production, processing, distribution and imports of organic products”
[2] EU เริ่มใช้สัญลักษณ์ใบไม้ที่แสดงว่าเป็นสินค้าอินทรีย์ (Euro-leaf logo) ตั้งแต่วันที่ ๑ ก.ค.๕๔ และอนุญาตให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว ๒ ปีในการแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวบนฉลากสินค้าอินทรีย์ ดังนั้น นับตั้งแต่วันที่ ๒ ก.ค.๕๖ ที่ผ่านมา สินค้าอินทรีย์ทั้งหลายที่ผลิตใน EU และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้จะต้องแสดงสัญลักษณ์ใบไม้ไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์
17 ตุลาคม 2556
โดย:
ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในยุโรป
Original page:
www2.thaieurope.net/eu-เตรียมทบทวนกฎระเบียบส/
www2.thaieurope.net/eu-เตรียมทบทวนกฎระเบียบส/
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
