EU ให้ความสำคัญกับเกษตรกรรมแบบครอบครัว (family farming)

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการที่ EUให้ความสำคัญกับเกษตรกรรมแบบครอบครัวและกำหนดนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้การทำการเกษตรดังกล่าวใน EU สามารถดำเนินต่อไปได้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร พัฒนาเศรษฐกิจในชนบท และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ ดังนี้
1. เกษตรกรรมแบบครอบครัว (family farming) เป็นรูปแบบการดำเนินงานของภาคเกษตรที่ยังคงพบเห็นได้มากใน EU และมีความสำคัญต่อ EU เนื่องจากเป็นแบบอย่างการเกษตรที่จะนำไปสู่ความสามารถในการแข่งขัน ความยั่งยืน และเป็นการทำการเกษตรที่มุ่งเน้นตลาดเป็นหลัก (market-oriented) เกษตรกรรมแบบครอบครัวมีส่วนเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ช่วยตอบสนองความต้องการของสังคมทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ คุณค่า แหล่งที่มา และความหลากหลายของอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น เกษตรกรรมแบบครอบครัวยังมีส่วนอนุรักษ์รูปแบบการดำรงชีวิตของสังคมในชนบทและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในชนบทด้วย
2. เกษตรกรรมแบบครอบครัวมีแนวโน้มลดลง ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ฟาร์มเกษตรใน EU แบบใช้แรงงานในครอบครัวมีจำนวนลดลง เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการที่ต้องเพิ่มผลผลิตและการแข่งขัน ส่งผลให้เกษตรกรรมแบบครอบครัวประสบความยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ การผลิตสินค้าเกษตรได้หันเหไปสู่ระบบกระจุกตัว เป็นการผลิตแบบเข้มข้น (intensive production) จำนวนฟาร์มลดลงและมีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นฟาร์มที่เน้นการผลิตเฉพาะอย่างเพื่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด (economie of scale)[1] มีการเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นในการทำฟาร์มโดยการจัดสรรทรัพยากรไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฟาร์มเกษตรขนาดเล็กจึงมีข้อเสียเปรียบจากโครงสร้างที่กระจายตัว ข้อจำกัดด้านการเงิน แรงงาน การเข้าถึงตลาด และอำนาจการต่อรอง ทำให้สัดส่วนของมูลค่าเพิ่ม (value-added) ที่ได้รับตอบแทนในห่วงโซ่ผลิตอาหารลดลง การขยายขนาดของฟาร์มให้ใหญ่ขึ้นจึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้สามารถอยู่รอดได้ แต่ก็ส่งผลเสียต่อคุณค่าของเกษตรกรรมแบบครอบครัว (value of family farming) รวมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค
3. EU ตระหนักถึงความสำคัญของเกษตรกรรมแบบครอบครัว ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีเกษตรแห่งสหภาพยุโรป ที่เมืองวิลนีอุส ประเทศลิธัวเนีย ระหว่างวันที่ ๘-๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ ได้มีการหารือเกี่ยวกับโอกาสของเกษตรกรรมแบบครอบครัวในบริบทของโลกาภิวัฒน์ (Family farming prospects in the context of globalization) โดยปัญหาและแนวทางที่นำเสนอในที่ประชุมดังกล่าวจะนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ในปี ๒๕๕๗ ซึ่ง UN ได้กำหนดให้เป็น “ปีสากลแห่งเกษตรกรรมแบบครอบครัว” หรือ “International Year of Family Farming” ในการประชุมที่เมืองวิลนีอุส รัฐมนตรีเกษตรของประเทศสมาชิก EU ต่างยอมรับบทบาทของเกษตรกรรมแบบครอบครัวว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ EU บรรลุเป้าหมายความมั่นคงด้านอาหาร เป้าหมายในการนำเสนอสินค้าสาธารณะสู่สังคม (public goods)[2] เพื่อให้สังคมชนบทอยู่รอดและเป็นหลักรับประกันการผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูง ศาสตราจารย์ Vigilijus Jukna รัฐมนตรีเกษตรของประเทศลิธัวเนียตั้งเป้าหมายว่า “จะพัฒนาเกษตรกรรมแบบครอบครัวให้ทันสมัย มีความสามารถในการแข่งขันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะพยายามดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้สนใจเข้ามาทำงานในฟาร์มเพิ่มขึ้นเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของสังคมชนบท” กลยุทธ์ที่ EU จะนำมาใช้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเกษตรกรรมแบบครอบครัว ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือและพัฒนาเกษตรกรให้มีอำนาจในการต่อรองเพิ่มขึ้น การลดขั้นตอนของห่วงโซ่ผลิตอาหารและเน้นการจำหน่ายสินค้าโดยตรงจากฟาร์มถึงมือผู้บริโภค (ซึ่งเป็นระบบผลิตที่เน้นคุณภาพ ความสดใหม่ รสชาติ และความปลอดภัยของอาหารเป็นหลัก) การเร่งให้มีการถ่ายทอดนวัตกรรมและนำเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยไปใช้ในทางปฏิบัติในการทำฟาร์ม การเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้รับการอบรมและคำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ
4. การปฏิรูปนโยบายเกษตรร่วม (CAP) กับเกษตรกรรมแบบครอบครัว การปฏิรูป CAP ครั้งล่าสุดมีส่วนสนับสนุนให้เกษตรกรรมแบบครอบครัวมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยจะปรับการจ่ายเงินอุดหนุนโดยตรง (direct payments) ที่อยู่ภายใต้เสาหลักที่ ๑ ให้ตรงกับเป้าหมายยิ่งขึ้นและเน้นที่คนรุ่นใหม่ กล่าวคือ เกษตรกรรายใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า ๔๐ ปีจะได้รับเงินอุดหนุนโดยตรงเพิ่มเติมร้อยละ ๒๕ เป็นระยะเวลา ๕ ปี หรือจนกระทั่งเกษตรกรมีอายุครบ ๔๐ ปี และจะมีการให้เงินอุดหนุนผ่านเสาหลักที่ ๒ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรุ่นใหม่ในการตั้งตัวและลงทุนในเบื้องต้น CAP ฉบับใหม่จึงเป็นคำตอบในการสนับสนุนความยั่งยืนของเกษตรกรรมแบบครอบครัว ซึ่งจะขึ้นอยู่กับประเทศสมาชิกว่าจะสามารถนำเครื่องมือดังกล่าวไปใช้ได้อย่างถูกต้องหรือไม่เพื่อดึงศักยภาพ ของภาคเกษตรยุโรปและเกษตรกรรมแบบครอบครัวออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
5. คณะกรรมาธิการเกษตรและพัฒนาชนบท (The Directorate-General for Agriculture and Rural Development of the European Commission) จะจัดการประชุม (Conference) ในหัวข้อ “Family farming: A dialogue towards more sustainable and resilient farming in Europe and the world” ณ กรุงบรัสเซลส์ ในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เพื่อสร้างความตระหนักในบทบาทอันสำคัญของเกษตรกรรมแบบครอบครัว วิเคราะห์ความท้าทาย และร่วมกันกำหนดแนวทางที่ควรดำเนินการต่อไปในอนาคต ในการนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็น Keynote Speaker ในการเปิดการประชุมดังกล่าว ซึ่งผลสรุปจากการประชุมจะนำไปเป็นประเด็นหารือส่วนหนึ่งในการประชุมสมัชชาภูมิภาคยุโรปของ FAO ซึ่งจะมีขึ้นในปี ๒๕๕๗ ณ กรุงบูคาเรส ประเทศโรมาเนีย รวมทั้งจะนำไปสู่การจัดกิจกรรมเนื่องในปีสากลแห่งเกษตรกรรมแบบครอบครัวในประเทศสมาชิกต่าง ๆ ของ EU ในปี ๒๕๕๗ ด้วย
โดย : สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป
[1]การประหยัดต่อขนาด (Economy of scale) หมายถึง การผลิตจำนวนมากๆ เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลงและสามารถแข่งขันได้ ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่ได้เปรียบธุรกิจขนาดเล็กในเรื่องต้นทุนเฉลี่ยต่ำ
[2]การเกษตรกรรมแบบครอบครัวมีบทบาทในการนำเสนอสินค้าสาธารณะให้สังคม เพราะเป้นระบบที่ส่งเสริมการทำงานของระบบนิเวศ ช่วยอนุรักษ์สภาพภูมิทัศน์และมรดกทางวัฒนธรรม
17 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล:
ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในยุโรป
Original page:
www2.thaieurope.net/eu-ให้ความสำคัญกับเกษตรก/
www2.thaieurope.net/eu-ให้ความสำคัญกับเกษตรก/
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
