EU อนุญาตข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (health claims) ใหม่ ๓ รายการ
          ด้วยในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๖ ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) No 851/2013 of 3 September 2013 authorising certain health claims made on foods, other than those referring to the reduction of disease risk and to children’s development and health and amending Regulation (EU) No No 432/2012 ใน EU Official Journal L 235 Volume 3 ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่ควบคุมการแสดงคำเตือนการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบนฉลากเพื่อผู้บริโภค สรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้

                 1. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไขบัญชีรายชื่อข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (health claims) ที่ได้รับอนุญาต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างหลักประกันในการคุ้มครองและรักษาสิทธิ์ของผู้บริโภคในการ ได้รับแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากการอ่านข้อมูลบนฉลาก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือก ซื้อสินค้านั้นๆ ซึ่งการแสดงข้อกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพที่ปรากฎบนฉลากจะต้องได้รับการอนุญาตจากทาง EU ให้บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อ health claims นี้เท่านั้น

                 2. การปรับปรุงแก้ไขบัญชีการอนุญาตในครั้่งนี้ เป็นการอนุญาตให้มีการแสดงข้อกล่าวอ้าง สรรพคุณด้านสุขภาพในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพิ่มอีก ๓ รายการ คือ

                            2.1 เครื่องดื่มประเภท acidic non-alcoholic มีสรรพคุณช่วยลดการสูญเสียแร่ธาตุของฟัน ยื่นคำร้องโดยบริษัท GlaxoSmithKline พร้อมด้วยผลงานวิจัยสนับสนุน ๑๕ รายการ

                            2.2 แป้งที่สามารถถูกย่อยโดยเอนไซม์ในร่างกายได้อย่างช้าๆ (slowly digestible starch) มีสรรพคุณช่วยให้มีการตอบรับของ post-prandial glycaemic ลดความเข้มข้นของ น้ำตาลในเลือด ยื่นคำร้องโดยบริษัท Kraft Foods Europe Biscuits R&D และบริษัท Mondelez International พร้อมด้วยผลงานวิจัยสนับสนุน ๔ รายการ

         2.3 Cocoa flavonols มีสรรพคุณช่วยคงระดับ endothelium – dependent vasodilation เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี) ยื่นคำร้องโดยบริษัท Barry Callebaut Belgium N.V. พร้อมด้วย ผลงานวิจัยจากนักวิจัย ๙ ราย

                  3. ข้อกล่าวอ้างสรรพคุณทั้ง ๓ รายการมีอายุการอนุญาต ๕ ปี โดยในระหว่างนี้ ผู้ยื่นคำร้อง รายอื่นไม่สามารถนำข้อมูลของผลงานวิจัยที่ยื่นประกอบคำร้องของทั้ง ๓ บริษัทไปใช้่ประกอบยื่นคำร้อง เพื่อขอ ใช้ข้อกล่าวอ้างสรรพคุณเดียวกันนี้ได้ นอกเหนือไปจากจะใช้ข้อมูลวิจัยสนับสนุนจากแหล่งอื่นที่มีเหตุและผลทาง วิทยาศาสตร์นอกไปจากข้อมูลวิจัยที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้มาตรา ๒๑ ของกฎระเบียบ Regulation (EC) No 1924/2006

                 4. สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ดังต่อไปนี้ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2013:235:0003:0007:EN:PDF

                 5. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฎระเบียบ ดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๖)
21 พฤศจิกายน 2556
โดย: สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Back to the list

More Related

  • โปรตุเกสอาจไม่ใช่ประเทศลำดับต้น ๆ ที่โลกนึกถึงถ้าจะต้องเลือกไปค้าและลงทุน ณ เวลานี้ แต่สำหรับประเทศไทย เป็นจังหวะที่น่าสนใจ ต้นเดือน ก.ค. ศกนี้ กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ชวนไปสำรวจโอกาสในโปรตุเกสด้วยกัน เพราะกำลังจะจะมีการหารือสองฝ่ายที่เรียกว่า การประชุม Political Dialogue ไทย-โปรตุเกส ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ค. 2559 ที่กรุงลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส ไทยอยากผลักดันเรื่องอะไรกับโปรตุเกส เวทีนี้คือโอกาส
  • แรงจูงใจทางด้านภาษีคือแม่เหล็กสำคัญที่รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ใช้ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลในอียูหลายประเทศก็เช่นกัน ต่างแข่งขันกันลดภาษีดึงดูดการลงทุน จนเรียกได้ว่ากลายเป็นสงครามภาษีระหว่างประเทศ  หรือ International Tax War แต่ตอนนี้ เอกชนที่ไปลงทุนในอียูคงต้องระวังมากขึ้น เพราะแรงจูงใจทางภาษีที่ได้รับ อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายบริษัท หากไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อนว่า การลดหรือยกเว้นภาษีนั้นผิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐ  
  • ฟินแลนด์ ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย นอกจากจะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเย็น
  • สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Decision 2015/1338 of 30 July 2015 amending Decision 2011/163/EU on the approval of plans submitted by third countries in accordance with Article 29 of Council Directive 96/23/EC ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไขบัญชีรายชื่อประเทศที่สามที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้าที่ปลอดสารตกค้่าง
  • เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ทางสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ 2 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้...
  • เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ สหภาพยุโรปออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) 2015/1005 of 25 June 2015 amending Regulation (EC) No 1881/2006 as regards maximum levels of lead in certain foodstuffs โดยตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 161/9 ซึ่งเป็น การกำหนดระดับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่ว (lead) ในสินค้าอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน อันเป็นการแก้ไขกฎระเบียบเดิม ซึ่งได้แก่ Regulation (EC) No 1881/2006 เพื่อให้สอดคล้องกับผลงานวิจัย ของคณะทำงาน CONTAM Panel ของ EFSA ซึ่งได้ระบุว่า สารตะกั่วที่ได้รับผ่านการบริโภคอาหาร สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อพัฒนาการทางสมองในเด็กเล็ก และก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และ ความเป็นพิษต่อไตในผู้ใหญ่ได้ จึงเห็นควรให้มีการปกป้องกลุ่มผู้บริโภคที่มีความเสี่ยง คือ กลุ่มเด็กเล็กและ ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนั้น ในครั้งนี้ จึงให้มีการปรับค่าอนุโลมตกค้างสูงสุดของสารตะกั่วในสินค้าพืช สัตว์ และสัตว์น้ำบางรายการขึ้นใหม่...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ