มาตรการจำกัดการนำเข้าพ่นพิษ อินเดียขาดแคลนทองคำ ซ้ำแก้ปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ได้
มาตรการจำกัดการนำเข้าพ่นพิษ อินเดียขาดแคลนทองคำ ซ้ำแก้ปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ได้

การออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทองคำและโลหะมีค่าในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา นอกจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดียได้แล้ว ยังก่อให้เกิดภาวะทองคำขาดแคลนอย่างหนักภายในประเทศ

หลังการบังคับใช้มาตรการต่างๆ อินเดียขาดดุลบัญชีเงินสะพัดลดลงเพียงเล็กน้อย จาก 8.82 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2555-2556 เหลือ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐระหว่างเดือนเมษายน – กันยายน 2556 ขณะที่รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าว่า จะลดการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดให้เหลือ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีงบประมาณนี้” สื่อท้องถิ่นรายงาน

ข้อมูลจากการประมวลข่าวท้องถิ่นของอินเดียโดยสถานกงสุลใหญ่ของไทย ณ เมืองมุมไบ พบว่า ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ทางการอินเดียประกาศใช้ทั้งมาตรการทางภาษีศุลกากรและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อจำกัดการนำเข้าทองคำและโลหะมีค่า อาทิ เมื่อเดือนกรกฎาคม ธนาคารกลางอินเดียออกข้อกำหนดให้ต้องส่งออกทองคำที่นำเข้า 20% และเมื่อสิงหาคม กระทรวงการคลังอินเดียได้ประกาศขึ้นภาษีศุลกากรทองคำนำเข้าอีก 2% จาก 8 เป็น 10%

ผู้ค้าทองให้ความเห็นว่า มาตรการบังคับให้ต้องส่งออกทองคำ 20% ของที่นำเข้า เป็นสิ่งที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ ขณะที่การขึ้นภาษีศุลกากรทองคำเมื่อเดือนสิงหาคม ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 8 เดือน

ผลจากมาตรการต่างๆ ข้างต้นส่งผลให้ยอดนำเข้าทองคำของอินเดียลดลงเรื่อยๆ จาก 162 ตันในเดือนพฤษภาคม เหลือ 3.38 ตันในเดือนสิงหาคม และ 7.24 ตันในเดือนกันยายน

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้ผู้ประกอบการธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับอินเดียเป็นอย่างมากว่า จะไม่มีทองคำเพียงพอต่อการซื้อขายในประเทศ เนื่องจากดินแดนภารตะแห่งนี้เป็นประเทศที่บริโภคทองคำมากติดอันดับโลก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งเกิดจากวัฒนธรรมการใช้ทองคำในการจัดงานมงคล โดยเฉพาะงานแต่งงาน

ตามประเพณี ช่วงเทศกาลดิวาลีของอินเดีย (ประมาณเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมของทุกปี) ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการจัดงานแต่งงาน เฉพาะในเมืองมุมไบ คาดว่าจะมีงานแต่งงานมากถึง 8,000 – 10,000 งานในช่วงเทศกาลดังกล่าวของปีนี้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการอัญมณียังกังวลว่า มาตรการควบคุมการนำเข้าทองคำจะส่งผลเชิงโครงสร้างกับอุตสาหกรรมเครื่องประดับของอินเดีย โดยจะทำให้เครื่องประดับภายในประเทศมีราคาใกล้เคียงกับราคาเครื่องประดับนำเข้า ซึ่งจะส่งผลให้คนอินเดียที่อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับตกงานเพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน การลักลอบนำเข้าทองคำจะมีมากขึ้น



ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.gold.in.th/node/2037

21 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ