
ความ “นิยมไทยในจีน” ยังแรงไม่ตก ล่าสุด นักธุรกิจจีนหัวใส แอบอ้างชื่อ “ไทย” เปลี่ยนเครื่องสำอางที่ผลิตในจีนเป็น “สินค้าไทย” เพื่อหลอกผู้บริโภคชาวจีนที่ไม่เชื่อมั่นกับสินค้าที่ผลิตในประเทศของตนเอง
จากข้อมูลของสถานกงสุลใหญ่ของไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน เมื่อกลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีน (CCTV) ได้นำเสนอข่าวเจาะลึกเกี่ยวกับ ครีมบำรุงผิวหน้ายี่ห้อ “ถงเหยียนเซินซี่” ซึ่งอ้างว่าเป็นสินค้านำเข้าจากไทย แต่แท้จริงแล้วเป็นครีมที่ผลิตในประเทศจีนเอง
จากรายงานข่าว ครีมดังกล่าว ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันหยวน (1 หยวนเท่ากับประมาณ 5 บาท) กำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้ซื้อออนไลน์ โดยเฉพาะใน Taobao (เว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีน) ซึ่งมีผู้ขายครีมยี่ห้อนี้กว่า 3.3 หมื่นรายการ
ครีมดังกล่าวได้รับการโฆษณาชวนเชื่อว่า ทำให้หน้าขาวใสได้ภายใน 7 วัน แต่จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าว CCTV ครีมดังกล่าวกลับไม่มีฉลากที่ระบุถึงสถานที่และวันเดือนปีที่ผลิต ตลอดจนไม่ได้รับใบอนุญาตหรือตรารับรองสินค้าจาก China Food and Drug Administration โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกรุงปักกิ่งได้เข้าไปทลายแหล่งผลิตแล้ว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สินค้าไทยถูกแอบอ้าง โดยก่อนหน้านี้ “ข้าวหอมมะลิไทย” ก็เคยถูกแอบอ้างชื่อมาแล้ว โดยผู้ขายชาวจีนใช้ข้าวจีนมาบรรจุถุงใหม่แล้วโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นข้าวนำเข้าจากประเทศไทย
ปัญหาดังกล่าวสะท้อนปัญหา “วิกฤตศรัทธา” ที่ผู้บริโภคชาวจีนมีต่อสินค้าที่ผลิตในประเทศตนเอง อันเกิดจากการปลอมแปลงสินค้าของพ่อค้าชาวจีน ไม่ว่าจะเป็นกรณีนมผงปนเมลานีน ยาปลอม หรือน้ำมันใช้ซ้ำ
เหตุที่สินค้าไทยถูกแอบอ้างบ่อยครั้งเป็นเพราะ”ชื่อไทย” กำลังขายได้ในจีน จากกระแสความนิยมในละครและศิลปินดาราไทย ซึ่งนอกจากได้ทำให้ชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้ว ยังส่งผลให้เกิดความนิยมในสินค้าไทยที่มีคุณภาพด้วย
ปัจจุบัน อุตสหกรรมเครื่องสำอางของไทย ถือว่ามีคุณภาพและมีศักยภาพสูงรวมทั้งมีการขยายในด้านการผลิตและการส่งออก โดยจากสถิติ 5 ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 18 ต่อปี โดยร้อยละ 40 เป็นตลาดส่งออกมูลค่ากว่า 9 หมื่นล้านบาท
จีนถือเป็นตลาดเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากเศรษฐกิจภายในของจีนที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น โดยสาวจีนส่วนใหญ่นิยมผลิตภัณฑ์ประเภทโลชั่นบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นและครีมปรับสีผิวให้สว่างขาวใส
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ขอเตือนผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย โดยผู้ประกอบการควรตรวจสอบคุณภาพสินค้าของตนให้ได้มาตรฐานในการส่งไปยังจีนและควรเตือนผู้บริโภคให้ระมัดระวังสินค้าเลียนแบบ โดยผู้ประกอบการควรสังเกตสินค้าในตลาด หากมีการลอกเลียนแบบ ควรรีบดำเนินการทางกฎหมายทันที เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของท่านเอง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
