สิ้นสุด ส.ค.56 ยอด “อี-คอมเมิร์ช” ฉงชิ่งโตทะลุหลักแสน
สิ้นสุด ส.ค.56 ยอด “อี-คอมเมิร์ช” ฉงชิ่งโตทะลุหลักแสน

ในยุคสมัยนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่คงรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีสำหรับ พาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า อี-คอมเมิร์ช การทำธุรกรรมต่างๆ รวมถึงการค้าขายผ่านโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งนับวันยิ่งจะพัฒนาทวีก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกับเมืองที่กำลังเร่งเดินหน้าพัฒนา อาทิเช่น นครฉงชิ่ง หนึ่งในศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนตะวันตก

 


ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ไม่นานมานี้ กรมพาณิชย์นครฉงชิ่ง เผยยอดเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ช ในพื้นที่ เฉพาะเดือน ส.ค.56 มีจำนวนทั้งสิ้น 9,641 ราย เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 119.86% ทำให้ในขณะนี้ มียอดรวมของผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ช นครฉงชิ่งสูงถึง 102,100 รายเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่ประจำกรมพาณิชย์นครฉงชิ่ง กล่าวว่า แม้ตัวเลขของผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ช ท้องถิ่นจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างชัดเจน แต่ทว่่า สัดส่วนของ อี-คอมเมิร์ช ในตลาดการบริโภคนครฉงชิ่งยังคงเบาบาง

เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจและเพิ่มสัดส่วนตลาดบริโภค อี-คอมเมิร์ช ท้องถิ่น รัฐบาลนครฉงชิ่งได้ออกมาตรการต่างๆ สนับสนุนสร้างแรงกระตุ้นแก่ผู้ประกอบการ อาทิ ปรับระดับมาตรฐานและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการยื่นคำร้องประกอบการอี-คอมเมิร์ช ผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดอินเทอร์เน็ต ตลอดจน บูรณาการร้านค้าปลีกทั่วไปให้กลายเป็นร้านค้าออนไลน์ และเพิ่มการประชาสัมพันธ์ดึงดูดให้ผู้บริโภคเห็นถึงความสะดวกสบายและรวดเร็วในการบริโภคผ่านทาง อี-คอมเมิร์ช

อย่างไรก็ดี รัฐบาลนครฉงชิ่งยังได้วางนโยบายต่อยอดการพัฒนา อี-คอมเมิร์ช ในอนาคต โดยจะจัดตั้งโครงการ หลักสูตรอบรมการใช้อินเทอร์เน็ต สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะผันตัวมาดำเนินธุรกิจโลกออนไลน์โดยเฉพาะ รวมถึง รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณจำนวนกว่า 3,000 ล้านหยวน ก่อตั้ง เขตสาธิตการบริการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และสร้างพันธมิตรกับบริษัทชำระเงินออนไลน์ เพื่อเข้าสู่ระบบการบริการผ่านโลกออนไลน์อย่างครบวงจร

จะเห็นได้ว่า การที่นครฉงชิ่งให้ความสำคัญและเดินหน้าพัฒนา อี-คอมเมิร์ช ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มขีดศักยภาพของตลาดโลกออนไลน์ที่ถือได้ว่ามีการแข่งขันสูงมากในปัจจุบัน กอปรกับ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการสร้างอาชีพของประชากร และที่สำคัญยังเป็นการสร้างบทบาท อี-คอมเมิร์ช นครฉงชิ่งในตลาดจีน เพื่อก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมืองแห่ง พาณิชย์อิเล็คทรอนิกส์ อย่างสมบูรณ์ในอนาคต

สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไปกับศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนได้โดยผ่านทางอีเมลล์ [email protected]

 

7 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล: นสพ.ฉงชิ่งซังเป้า (12/09/2013)
โดย: นายธวัช มหิตพงษ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ