ซีอานผลักครม.เศรษฐกิจเส้นทางสายไหม จับมือมณฑลและนานาประเทศหารือแนวทาง
ซีอานผลักครม.เศรษฐกิจเส้นทางสายไหม จับมือมณฑลและนานาประเทศหารือแนวทาง

ในปีนี้หลายประเทศหลายฝ่ายต่างก็ให้ความสนใจและพูดถึง \'ข้อริเริ่ม และครม. เส้นทางสายไหม\' ไม่ว่าจะเป็นจีน สหรัฐอเมริกา และแม้แต่ประเทศไทยเอง ล่าสุดนครซีอานจัดการประชุมโต๊ะกลมเชิณนานาประเทศและมณฑลต่างๆ บนเส้นทางสายไหมร่วมหารือความร่วมมือกับซีอาน





ผลักดันเศรษฐกิจ\'เส้นทางสายไหม\' ในมุมมองของนานาประเทศ

กล่าวถึงข้อริเริ่มนโยบายด้านเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหมแล้ว ทางด้านประเทศจีน ประธานาธิบดี สีจิ้นผิงได้กล่าวในการไปเยือน ประเทศคาซัคสถาน เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาว่า ถึงศักยภาพความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยประชากรเกือบ3,000ล้านคน โดยประเทศจีนมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือกับภาคเอเชียกลาง ส่วนสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการวางแผนโยบายเส้นทางสายไหม ในปี 2011 ขึ้นเช่นกัน โดยใช้อัฟกานิสถานเป็นแกนเพื่อขับเคลื่อนไปยังเอเชียใต้และเอเชียกลางต่อไป ในส่วนของประเทศไทยก็มีการยกหารือประเด็นการเชื่อมโยงระหว่างกัน ในเส้นทางสายไหมใหม่ ( new silk road)  เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมิภาคเอเชียอีกครั้ง




ซีอานกับบทบาทการผลักดันความร่วมมือเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม

นครซีอานนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นจุดแรกของเส้นทางสายไหมทางบกในอดีตกาล เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของถนนวัฒนธรรมและการค้าสายโบราณ เส้นทางสายไหม นอกจากนี้ยังเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนโบราณมากกว่าสิบราชวงศ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี เป็นต้น

การผลักดันข้อริเริ่มในระดับท้องถิ่นครั้งนี้ จัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมโต๊ะกลมระหว่างเมืองและเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม (ระหว่างการประชุม Euro-Asia Economic Forum ระหว่าง 26-28 กันยายน   ณ นครซีอาน)  โดยมีตัวแทนจาก9ประเทศในเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม (อาทิ อิตาลี อิหร่าน อุซเบกิสถาน อาร์เมเนีย อินเดีย โปรตุเกส และ สเปน) ผู้แทนจากเมืองในประเทศ (เมืองเป่าจี เมืองเสียนหยาง เมืองหลานโจว และเมืองเทียนสุ่ย เป็นต้น) ภายใต้หัวข้อหลัก การสืบสานและกระชับมิตรภาพ ร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้แก่เมืองและเขตเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหม

 

ปฏิญญาฯ เพื่อกระชับเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม

ในการประชุมดังกล่าว มีการจัดทำ ปฏิญญาการสร้างเขตเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหม โดยมีนครซีอาน นายเย้วฮวาเฟิง (岳华峰) รองนายกเทศมนตรีของนครซีอาน เป็นตัวแทนในการแถลงฯ มีเนื้อหาดังนี้

1. กระชับความสัมพันธ์และมิตรภาพอันยาวนาน

2. แลกเปลี่ยนฐานข้อมูลร่วมกันและการอำนวยความสะดวกในการสื่อสารที่รวดเร็วและสะดวกสบาย

3. พัฒนาความร่วมมือในด้านต่างๆเช่น การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม และเทคโนโลยี

4. คุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมอันมีมายาวนาน

5. การร่วมมือกันเพื่อพัฒนาเส้นทางสายไหม เช่น ด้านนโยบาย การคมนาคม การค้า เงินตรา และ ความร่วมมือแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับประชาชน

6. มุ่งเน้นการฝึกอบรมเยาวชนรุ่นใหม่ ส่งเสริมการเเลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างเยาวชนรุ่นใหม่ เพื่อสืบสานความสัมพันธ์อันดีของเมืองเศรษฐกิจบนเส้นทางสายไหม

 

บีไอซีขอเรียนข้อมูลเพิ่มเติมว่ากิจกรรมและข้อริเริ่มเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหมจัดได้ว่าสอดคล้องกับกระแสและวิสัยทัศน์ของผู้นำของจีน

อนึ่ง หากจะประเมินในเบื้องต้น แล้ว ความร่วมมือที่สามารถผลักดันได้ก่อนก็คือ ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโครงการที่หลายมณฑลในจีน รัฐบาลกลาง และกลุ่มประเทศบนเส้นทางสายไหมต่างได้มีแผนงานอยู่แล้ว ทั้งภายใต้กรอบของ องค์การท่องเที่ยวโลก(world tourism organization ,WTO)( ดูข้อมูลเพิ่มเติม)

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

แผนงานกลุ่มประเทศบนเส้นทางสายไหมภายใต้กรอบขององค์การท่องเที่ยวโลก(world tourism organization ,WTO เป็นโครงการกับ24ประเทศบนเส้นทางสายไหมเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาการท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหม ซึ่งได้เคยมีการหารือระหว่างกันในข้อริเริ่มต่างๆ อาทิ การตลาดร่วม การแก้ปัญหาด้านการขนส่ง และการทำวีซ่า เป็นต้น 

 

แหล่งข้อมูล

http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPOL5607170020003

http://thaifinancialpost.com/2013/07/19/thailand-calls-for-revival-of-old-silk-route-at-acd-working-group-meeting/

http://english.cntv.cn/program/china24/20130907/103428.shtml

http://news.ifeng.com/world/detail_2013_09/14/29614775_0.shtml

http://aric.adb.org/initiative/world-tourism-organization-silk-road-project

http://news.xinhuanet.com/english/indepth/2013-09/29/c_132761489.htm

 


9 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล: การจัดประชุมโต๊ะกลมระหว่างเมืองและเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม(27/09/2013)
โดย: ดรุโณทัย แสงสุข ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ