ครึ่งแรกปี 56 สดใส ภาพรวมเศรษฐกิจเสฉวนเติบโตต่อเนื่อง
ครึ่งแรกปี 56 สดใส ภาพรวมเศรษฐกิจเสฉวนเติบโตต่อเนื่อง

จากการที่เศรษฐกิจโลกได้มีการชะลอตัวลง ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กำลังอยู่ในช่วงเดินหน้าพัฒนา แต่อย่างไรก็ตาม มณฑลเสฉวน ศูนย์กลางการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคจีนตะวันตก ยังคงมีการเติบโตที่สดใส ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากตัวเลข GDP ในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 มีมูลค่าที่ 1,165,510 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.1% ซึ่งขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ 2.5% จัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ โดยแบ่งออกอุตสาหกรรมปฐมภูมิมีมูลค่า 129,040 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.1% ทุติยภูมิมีมูลค่า 648,530 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12.2% และตติยภูมิมีมูลค่า 387,940 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.4%


ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มณฑลเสฉวนสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมดังกล่าวได้สูงถึง 27.6 % เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 7.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ 10% โดยสิ้นสุดเดือน มิ.ย.56 มณฑลเสฉวนมีธุรกิจภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มากถึง 13,466 บริษัท

ด้านการนำเข้า-ส่งออกระหว่างประเทศของมณฑลเสฉวนในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 มีมูลค่าทั้งสิ้น 29,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2554 โดยการส่งออกมีมูลค่า 19,590 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่าอยู่ที่ 10,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.5% โดยการนำเข้า-ส่งออกของมณฑลเสฉวนในช่วงสองไตรมาสแรกจัดอยู่อันดับที่ 11 ของประเทศ ซึ่งมูลค่าการส่งออกอยู่ในอันดับที่ 11 และมูลค่าการนำเข้าอยู่ในอันดับที่ 12

โดยสินค้าส่งออกหลักที่สำคัญ คือ ประเภทเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ คอมพิวเตอร์พกพา สินค้าไอที เป็นต้น มีมูลค่าการส่งออกถึง 12,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3% คิดเป็น 63.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของทั้งมณฑลฯ และสินค้าพื้นบ้านของมณฑลเสฉวน อาทิ ผักดอง เนื้อจามจุรี ฯลฯ มีมูลค่าการส่งออกที่ 3,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่มขึ้น 8.8%

ด้านสินค้านำเข้าสำคัญของมณฑลเสฉวน คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้า 7,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.1% คิดเป็นอัตราส่วนที่สูงถึง 70% ของการนำเข้าสินค้าของทั้งมณฑลฯ นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าเคมีภัณฑ์ 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.1% และผลิตผลทางการเกษตร 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 26.2%

สำหรับภาคการค้าระหว่างประเทศในสองไตรมาสแรกของปี 2556 มณฑลเสฉวนดำเนินการค้ากับสหรัฐฯ ที่มูลค่า 5,360 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 13.6% คิดเป็น 17.9% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของทั้งมณฑลฯ การค้ากับสหภาพยุโรปมีมูลค่า 4,390 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 13.6% คิดเป็น 14.7% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของทั้งมณฑลฯ การค้ากับฮ่องกงมีมูลค่า 2,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 92.7% คิดเป็น7.9% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของทั้งมณฑลฯ การค้ากับญี่ปุ่นมีมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง25.2% คิดเป็น 5.7% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของทั้งมณฑลฯ การค้ากับเกาหลีใต้มีมูลค่า 1,570 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9.8% คิดเป็น 5.2% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของทั้งมณฑลฯ การค้ากับไต้หวันมีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว16.7% คิดเป็น3.4% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของทั้งมณฑลฯ


ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมณฑลเสฉวนยังถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะมีการเกิด แผ่นดินไหวขึ้นที่เมืองหลูชาน เมื่อในช่วงปลายเดือน เม.ย ที่ผ่านมา โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 มณฑลเสฉวนสามารถสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเป็นเงินจำนวน 190,121 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวจากภายในประเทศจำนวน 254 ล้านราย ทั้งนี้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2013 คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของมณฑเสฉวนจะมีทิศทางที่สดใสมากขึ้โดยมณฑลเสฉวนได้ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวตลอดปีไว้ที่ 350,000 ล้านหยวน

ด้านรายได้ภาคประชากรของมณฑลเสฉวนในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยรายได้สุทธิหลังหักภาษีของชาวเมืองเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 8,168 หยวน เพิ่มขึ้น 11.3 % และรายได้เกษตรกรเฉลี่ยตัวหัวอยู่ที่ 2,921.7หยวน เพิ่มขึ้น 12.5% ส่วนตัวเลข CPI ของมณฑลเสฉวนในช่วงสองไตรมาสแรกปี 2556 เพิ่มขึ้นที่ 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และตัวเลข PPI ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 3.9%

ตัวแทนกรมสถิติมณฑลเสฉวนกล่าวว่า “จากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของมณฑลเสฉวนในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 จัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และมีแนวโน้มการพัฒนาที่สดใส แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนตัว การฟื้นตัวยังไม่ค่อยชัดเจน อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของมณฑลเสฉวนในครึ่งหลังปี 2556 จะยังคงสามารถรักษาระดับการเติบโตได้อย่างมั่ั่นคงและต่อเนื่องตลอดไปจนสิ้นปี

สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไปกับศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนได้โดยผ่านทางอีเมลล์ [email protected]

22 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล: กรมสถิติมณฑลเสฉวน
โดย: น.ส.หฤทัย ใจน้อย ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทย ณ นครเฉิงตู (นักศึกษาฝึกงาน ชั้นปีที่4 โครงการสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์)

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ