
จากนโยบายพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตกของจีนที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ได้ยกระดับความเจริญทางเศรษฐกิจในภูมิภาคดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ นครเฉิงตู เมืองเอกของมณฑลเสฉวน ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งลงทุนยอดนิยมของบรรดานักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ล่าสุด ผลสำรวจชี้ นครเฉิงตู มีแนวโน้มในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเงินของจีนตะวันตกในอีก 5-10 ปีข้างหน้า
|
|
หน่วยงานวิจัยการพัฒนาแห่งชาติจีน ได้เปิดเผยตัวเลขดัชนีทางการเงินของปี 2556 โดยนครเฉิงตู ได้รับการจัดให้เป็นเมืองที่มีความสามารถในการแข่งขันด้านศูนย์กลางการเงินอันดับต้นๆ ของจีน ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ธุรกิจการเงินของนครเฉิงตูสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 43,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 13.1%
เพื่อสานฝันในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งภูมิภาคจีนตะวันตก นครเฉิงตูเตรียมดำเนินการ “5 โปรเจกต์ยักษ์” อันได้แก่
1. “สร้างสำนักงานใหญ่ทางการเงิน” โดยจัดหาบุคลากรทางการเงินและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาบริหารจัดการรวบรวมจัดหาเงินทุนเพื่อไปจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และขยายสาขาไปทั่วประเทศ สร้างชื่อเสียงและความเชื่อมั่นต่อบรรดานักลงทุน
2.“สร้างระบบที่แข็งแกร่งในตลาดการเงิน” มุ่งเป้าประชาสัมพันธ์ด้านการเงินไปที่การพัฒนาหลักของท้องถิ่น อาทิ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านตลาดหุ้น รวมถึงด้านวัฒนธรรม เป็นต้น
3. “สร้างระบบบริการการเงินแบบครบวงจร” เตรียมเปิดบริการศูนย์การชำระเงินออนไลน์ ศูนย์การรับ-ซื้อขายธนบัตร และศูนย์บริการโอนเงินข้ามประเทศ
4. “สร้างนวัตกรรมการบริการทางการเงิน” ส่งเสริมการจำนำสิทธิในเครื่องหมายการค้า จำนำสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจน การกู้ยืมเงินโดยอาศัยพันธบัตรหรือตราสารหนี้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และการลงทุนในพันธบัตร เป็นต้น
5. “สร้างและพัฒนาบุคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” โดยจัดตั้งบริษัทเอาท์ซอร์สทางการเงิน เพื่อช่วยพัฒนาและยกระดับหน่วยงานทางการเงินท้องถิ่น อีกทั้งจัดตั้งหลักสูตรอบรมด้านการเงินแก่พนักงานและผู้ที่สนใจ เพื่อเพิ่มจำนวนบุึคลากรที่เชี่ยวชาญด้านการเงินให้มากขึ้น
ทั้งนี้ หาก 5 บิ๊กโปรเจกต์บรรลุได้ตามเป้าหมาย นครเฉิงตู จะสามารถเร่งเครื่องการพัฒนาภาคเศรษฐกิจขึ้นเป็นอีกเท่าตัว กอปรกับจะเข้ามาสร้างบทบาทในการเป็นหนึ่งแหล่งหมุนเวียนทางการเงินที่สำคัญของจีน อีกทั้งเป็นการเพิ่มสีสันการแข่งขันให้กับวงการการเงินโลกอย่างแน่นอน
อนึ่ง ในปัจจุบัน นครเซี่ยงไฮ้ ครองอันดับหนึ่งศูนย์กลางการเงินของจีน ตามด้วยอันดับ 2 คือ กรุงปักกิ่ง อันดับ 3 คือ นครเซินเจิ้น อันดับ 4 คือ นครกว่างโจว และอันดับที่ 5 คือ นครหางโจว
สามารถสอบถามข้อมูลทั่วไปกับศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีนได้โดยผ่านทางอีเมลล์ [email protected]
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=469&ELEMENT_ID=13268
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน

