
หลังจากสหรัฐ ฯ EU และญี่ปุ่นร่วมกันฟ้องต่อ WTO ในข้อกล่าวหา “จำกัดการส่งออกทรัพยากร rare earth อย่างไม่เหมาะสม” หน่วยงานข้อพิพาทของ WTO ได้รวบรวมรายงานเบื้องต้นและตัดสินเห็นด้วยการฟ้องร้องดังกล่าว WTO จะประกาศคำตัดสินอย่างทางการในสิ้นเดือน พฤศจิกายนนี้
หากสหรัฐ ฯ ญี่ปุ่นและ EU ชนะข้อพิพาทครั้งนี้ จีนจำเป็นต้องเปิดเผยระบบศุลกากรและระบบโควตาการส่งออกของทรัพยากร rare earth ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ราคาทรัพยากร rare earth กลับสู่กลไกตลาด และราคาที่ถูกมากอีกครั้งหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรม rare earth ของจีนกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม เพราะผลข้อพิพาทดังกล่าวจะเดินตรงกันข้ามกับกลยุทธ์ทรัพยากรของจีน ดังนั้น รัฐบาลจีนจะฟ้องร้องต่อ WTO อย่างแน่นอน
ในตลาดทรัพยากรโลกมีคำกล่าวว่า “เอเชียกลางมีน้ำมัน จีนมี rare earth” ที่ผ่านมา rare earth ของจีนตอบสนองต่อ 9 ใน 10 ส่วนของความต้องการตลาดโลก ดังนั้น การที่จีนดำเนินมาตรการโควตาเพื่อจำกัดการส่งออก rare earth ได้สร้างความกังวลให้กับประเทศอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐ ฯ EU และญี่ปุ่นได้ร่วมมือกันฟ้องร้องต่อ WTO รวมทั้งกล่าวหาจีนทำผิดกฏ WTO ตามข้อตกลงทีจีนเข้าร่วม WTO จีน โดยต้องยกเลิกภาษีศุลกากรของสินค้าการส่งออกทั้งหมด ยกเว้นสินค้าเฉพาะบางอย่าง อาทิ อัตราภาษีศุลกากรของทรัพยากร rare earth ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งควรเป็นมาตรฐานสูงสุดสำหรับการเรียกเก็บภาษี rare earth ของจีน
ตั้งแต่จีนดำเนินมาตรการระบบโควตาการส่งออกทรัพยากร rare earth ราคา rare earth ได้เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ตั้งแต่ปี 2555 ด้วยเหตุที่ความต้องการของตลาดโลกลดลง ราคา rare earth ก็ลดลงอย่างมาก จนกระทั่งเดือนกรกฏาคมปีนี้ หลังจากรัฐบาลจีนได้ปรับการพัฒนาอุตสาหกรรม rare earth ทำให้ราคา rare earth กลับสูงขึ้นอีกที หากจีนเปิดเผยการจำกัดโควตา คาดว่าจะสะเทือนราคา rare earth อีกครั้งหนึ่ง
ตากกฏ WTO หากเป็นการป้องกันชีวิตและสุขภาพของประชาชน หรือ หากเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินมาตรการจำกัดการส่งออกได้ รัฐบาลจีนย้ำว่า วิธีการขุดพัฒนาทรัพยากร rare earth ของจีนในอดีตได้ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ดังนั้น การจำกัดโควตาการส่งออก รวมทั้งการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นสิ่งจำเป็นที่ป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกฏเกณฑ์ของ WTO
อย่างไรก็ดี ข้อพิพาทด้านโควตา rare earth ระหว่างจีนกับต่างประเทศจะดำเนินการต่อไป แต่ในระยะยาว ระบบโควตาของจีนจะพบการท้าทายและการโจมตีจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ครั้งนี้อาจกดดันให้จีนอัพเดชอุตสาหกรรม rare earth เร็วขึ้นรวมทั้งก่อตั้งบริษัท rare earth ยักษ์ใหญ่เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในตลาดโลก
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=461&ELEMENT_ID=13290
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
