อินเดียร์เล็งเห็นศักยภาพ SMEs จีน กระชับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย
อินเดียร์เล็งเห็นศักยภาพ SMEs จีน กระชับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่าย

บริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจรวมทั้งเป็นผู้กระตุ้นการจ้างงานในประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้ อินเดียได้เล็งเห็นศักยภาพความร่วมมือกับ SMEs จีน ในการนี้ BIC ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ SMEs จีนและประสบการณ์ของอินเดียมา ณ ที่นี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

จีนมี SMEs ที่จดทะเบียนแล้วทั้งสิ้นกว่า 4.3 ล้านแห่งและมีมูลค่าผลผลิตคิดเป็นร้อยละ 60 ของ GDP ทั้งหมด ร้อยละ 50 ของรายได้จากภาษี ร้อยละ 68 ของมูลค่าการส่งออก และร้อยละ 75 ของการจ้างงานทั้งหมด SMEs จีนได้แสดงบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยบทบาทดังกล่าวก็สามารถพบเห็นจาก SMEs ของอินเดียเช่นกัน โดย SMEs ของอินเดียมีการจ้างแรงงานกว่า 60 ล้านคน พร้อมกับครองสัดส่วนร้อยละ 45 ของมูลค่าการผลิตและร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออกของอินเดีย

SMEs ของอินเดียได้มองเห็น SMEs ของจีนเป็น partner มากกว่าคู่แข่ง ในกิจกรรม India-China Business Matching Symposium ซึ่งจัดในเดือนกันยายน 2556 SMEs ทั้งสองประเทศได้ลงนามใน MOUs 15 ฉบับรวมมูลค่า 338 ล้านดอลลาร์ สรอ. ซึ่งก็ได้ส่งสัญญาณว่ายักษ์ใหญ่แห่งเอเชียสองประเทศกำลังพัฒนาความร่วมมือระหว่าง SMEs ศักยภาพของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมจึงอาจไม่เล็กตามชื่อ

สมาคมอุตสาหกรรมของอินเดียได้กำหนดเป้าหมายส่งเสริมความร่วมมือกับ SMEs จีน โดยในเดือนพฤศจิกายน 2555 จีน-อินเดียได้ลงนาม MOUs 11 ฉบับ รวมมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์ สรอ. ครอบคลุมธุรกิจสาขาพลังงานทดแทน เทคโนโลยีสารสนเทศ การผลิตเหล็กกล้า เป็นต้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นและรากฐานอันมั่นคงของความร่วมมือระหว่าง SMEs ของสองประเทศ

รัฐบาลอินเดียได้เล็งเห็นความเป็นสากลของ SMEs ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาของ SMEs รัฐบาลอินเดียจึงได้ทุ่มทุน 1.6 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพื่อดำเนินโครงการการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีของ SMEs ให้ทันสมัยมากขึ้น ภายใต้การสนับสนุนของโครงการนี้ SMEs สามารถรวมกลุ่มเดินทางไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศเพื่อได้รับความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นอกจากนี้ มี SMEs หลายแห่งได้นำเข้าอุปกรณ์ที่ทันสมัยจากจีน ซึ่งได้ลดต้นทุนกว่าครึ่งหนึ่งจากเดิม SMEs บางแห่งยังได้ติดต่อกับ SMEs จีนที่ประกอบธุรกิจสาขาการบรรจุหีบห่อ ยางพารา พลาสติก สิ่งทอ อุปรกร์ผลิตเสื้อผ้าเพื่อสร้างความร่วมมือกัน SMEs ไทยเห็นแบบนี้แล้ว อาจลองหาลู่ทางผนึกกำลังกับ SMEs จีนเพื่อแลกเปลี่ยนความชำนาญและประสบการณ์บ้างนะคะ

1 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: www.chinadaily.com.cn(01/11/2013)
โดย: น.ส. บุษกร หลี่

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ