Form E ใบเบิกทางการค้าพลังงานระหว่างกว่างซี(จีน)-อาเซียน
Form E ใบเบิกทางการค้าพลังงานระหว่างกว่างซี(จีน)-อาเซียน

เว็บไซต์ข่าวกว่างซี : กว่างซีและเวียดนามเปิดหน้าประวัติศาสตร์การใช้สิทธิประโยชน์จากหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดจีน-อาเซียน เพื่อการค้า กระแสไฟฟ้า ระหว่างกันเป็นครั้งแรก

การไฟฟ้ากว่างซี (Guangxi Power Grid, 广西电网公司) เป็นบริษัทผู้ประสบความสำเร็จในการใช้สิทธิประโยชน์ภาษี ศูนย์ ภายใต้กรอบข้อตกลงเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (หนังสือ Form E) เพื่อการส่งออกกระแสไฟฟ้าไปยังประเทศเวียดนาม

หนังสือรับรองฯ ฉบับนี้นับเป็นหนังสือรับรองฉบับแรกของจีนที่ออกเพื่อใช้สิทธิภาษี ศูนย์ สำหรับการค้าพลังงานไฟฟ้ากับอาเซียน

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้กรอบ FTA ระหว่างจีน-อาเซียนได้เริ่มพัฒนาจากกลุ่มสินค้าที่จับต้องได้ (สินค้าทั่วไป) ไปสู่กลุ่มสินค้าที่จับต้องไม่ได้แล้ว (พลังงานไฟฟ้า)

ตามรายงาน บริษัท Guangxi Power Grid จะส่งออกกระแสไฟฟ้าผ่านอำเภอระดับเมืองตงซิง (Dongxing City, 东兴市) ข้ามไปยังอำเภอ Mong Cai ในจังหวัด Quang Ninh ของประเทศเวียดนาม 5.625 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่า 342,025 ดอลลาร์สหรัฐ (โดยปกติ เวียดนามจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 1 สำหรับกระแสไฟฟ้าจากต่างประเทศ)

เจ้าหน้าที่บริษัท Guangxi Power Grid ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน กว่างซีได้สร้างสายส่งกระแสไฟฟ้าไปยังเวียดนามเแล้ว ประกอบด้วยสายส่งขนาด 110 กิโลวัตต์ 4 เส้น และสายส่งขนาด220 กิโลวัตต์ 3 เส้น

ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันโครงการโครงข่ายกระแสไฟฟ้าขนาด 500 กิโลวัตต์ระหว่างจีน-เวียดนามและการเชื่อมโยงสายส่งกระแสไฟฟ้าในประเทศไทย-ลาว-พม่า

BIC
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า FORM E หรือ หนังสือรับรองถิ่นกำเนิด ประเภท อี ออกเพื่อรับรองว่าสินค้านั้นมีกำเนิดหรือผ่านกระบวนการผลิตในประเทศของตน ระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนและจีนเท่านั้น

FORM E
ใช้เพื่อขอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรในการนำเข้าสินค้า ซึ่งขึ้นอยูกับข้อตกลงที่ได้ทำกันไว้โดยใช้พิกัดอัตราศุลกากร หรือ "HS CODE" เป็นตัวกำหนดเพดานภาษี ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะได้สิทธิประโยชน์ภาษีนำเข้ากลายเป็น ศูนย์ แล้ว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยสามารถขอออก Form E ได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ (สำนักบริการการค้า) กระทรวงพาณิชย์ และสำหรับผู้ประกอบการจีน มี สำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรคประจำท้องถิ่น (Entry-Exit Inspection and Quarantine Bureau, 检验检疫管理局) หรือ CIQ เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ

4 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ http://www.gx.xinhuanet.com/ (广西新华网) ประจำวันที่ 31 ตุลาคม 2556 และเว็บไซต์ http://news.gxnews.com.cn/ (广西新闻网) ประจำวันที่ 03 พฤศจิกายน 2556
โดย: นายกฤษณะ สุกันตพงศ์

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ