
บทนำ ปัจจุบันระบบการรักษาพยาบาลของโลกได้แบ่งเป็น 2 ระบบหลัก คือ การรักษาแบบตะวันตก หรือที่เรียกกันว่าการแพทย์แผนปัจจุบัน และการรักษาแบบการแพทย์ทางเลือก หรือที่เรียกกันว่า การแพทย์แผนโบราณ โดยแพทย์แผนโบราณที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน คือ
การแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine : TCM) กระบวนการและวิธีการรักษาพยาบาลของ 2 ระบบนี้ มีหลักวิธีที่แตกต่างกัน การแพทย์แบบตะวันตกจะเน้นการรักษาแก้ไขอาการที่เกิดขึ้น โดยการใช้สารเคมีเป็นหลักเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะได้ผลอย่างรวดเร็ว แต่อาจมีผลข้างเคียงหลายอย่าง ในขณะที่การรักษาแบบการแพทย์แผนจีน จะเน้นการรักษาที่สาเหตุของการเกิดโรค สร้างความสมดุลตามหลักธรรมชาติ โดยใช้การรักษาแบบองค์รวม เช่น การฝังเข็ม การใช้สมุนไพรจีน การนวด การรำมวยจีน การกดจุด การใช้อาหารรักษาโรค เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยจะไม่มีผลข้างเคียงจากการรักษา
การแพทย์แผนจีนเป็นศาสตร์ที่มีอายุมากกว่าสี่พันปีและได้มีการถ่ายทอดทางวิชาการและสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาวิจัยค้นคว้าอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศจีน และประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศต่างๆในยุโรป เพื่อพัฒนาศาสตร์การแพทย์แผนจีนให้เป็นแนวทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น ในปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้การรับรองการแพทย์แผนจีนเป็น Complementary Medicine หรือ Alternative Medicine และได้มีการประกาศกลุ่มอาการโรคต่างๆที่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการฝังเข็ม
ประเทศไทยมีความพยายามปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานด้านการแพทย์แผนไทยโดยการตั้งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สังกัดกระทรวงสาธารณสุข แต่ในปัจจุบันการแพทย์แผนไทยยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายนัก ดังนั้น การศึกษาข้อมูลด้านการแพทย์แผนจีนและยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศจีน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการแพทย์แผนไทยจึงถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่ง
การใช้สมุนไพรในการรักษาโรค (เภสัชสมุนไพร)
เภสัชสมุนไพร ถือเป็นส่วนสำคัญของการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน ในปัจจุบันประเทศจีนมีโรงพยาบาลทั้งสิ้น 18,807 แห่ง เป็นโรงพยาบาลที่รักษาด้วยแผนปัจจุบัน 13,120 แห่ง และรักษาโดยการแพทย์แผนจีน 2,665 แห่ง (ข้อมูลปี 2549) ในปี 2550 มีรายงานว่าโรงพยาบาลที่รักษาโดยการแพทย์แผนจีนเพิ่มเป็น 3,000 แห่ง ครอบคลุมผู้ป่วยมากกว่า 234 ล้านคนต่อปี และมีโรงพยาบาลใหญ่ๆ จำนวนหนึ่งที่มีการรักษาแบบผสมผสานทั้งแผนตะวันตกและแพทย์แผนจีน การรักษาโดยการใช้เภสัชสมุนไพรจะเป็นการรักษาแบบองค์รวมโดยการใช้สมุนไพรหลากหลายชนิดร่วมกัน ซึ่งสมุนไพรที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละอาการที่เกิดขึ้นและสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนที่จะแตกต่างกันไป สมุนไพรในประเทศจีนมีประมาณ 9,000 ชนิด มีการขึ้นทะเบียนในการใช้เป็นส่วนประกอบของยากว่า 58,000 ประเภท ปัจจุบันประเทศจีนมีบริษัทผลิตยาสมุนไพรเกือบ 1,500 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากสถิติของเดือน ม.ค.-มิ.ย. 50 สามารถสรุปได้ ดังนี้
การผลิต
|
มูลค่า (ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ) |
เพิ่มขึ้น* (ร้อยละ) | |
|---|---|---|
|
ยาแผนจีนทั้งหมด |
116.27 |
20.4 |
|
สมุนไพร |
19.20 |
31.8 |
|
เภสัชสมุนไพร |
97.07 |
18.3 |
การจัดจำหน่าย
|
มูลค่า (ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ) |
เพิ่มขึ้น* (ร้อยละ) | |
|---|---|---|
|
ยาแผนจีนทั้งหมด |
107.05 |
20.8 |
|
สมุนไพร |
17.85 |
31.3 |
|
เภสัชสมุนไพร |
89.08 |
18.9 |
กำไรในระบบเศรษฐกิจ
|
มูลค่า (ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ) |
เพิ่มขึ้น* (ร้อยละ) | |
|---|---|---|
|
ยาแผนจีนทั้งหมด |
7.69 |
42.5 |
|
สมุนไพร |
0.76 |
58.81 |
|
เภสัชสมุนไพร |
6.93 |
40.95 |
หมายเหตุ * - เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 49
ปี 2549
มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกยาจีน (เภสัชสมุนไพรและสมุนไพร)
|
มูลค่า (ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ) |
เพิ่มขึ้น* (ร้อยละ) | |
|---|---|---|
|
มูลค่าการค้ารวม |
13.89 |
23.88 |
|
การนำเข้า |
2.99 |
9.64 |
|
การส่งออก |
10.9 |
28.45 |
มูลค่าการส่งออกสมุนไพรจีน
สมุนไพรจีนมีการส่งออกทั้งสิ้น 410 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.38) โดยสมุนไพรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- โสม มีปริมาณการส่งออกทั้งหมด 2,522 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 34.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคาเฉลี่ยของการส่งออกคิดเป็น 13.56 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อกิโลกรัม โดยส่งออกในกลุ่มประเทศญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม ฮ่องกง และไต้หวัน เป็นหลัก
- ซินนามอน (肉桂,rougui)
- CORDYCEPIN (冬虫夏草,dong chong xia cao))
- พริกไทย
- เก๋ากี้ (gou qi)
|
|
|
|
มูลค่าการนำเข้า-ส่งออกเภสัชสมุนไพร
|
มูลค่า (ล้านดอลลาร์สหรัฐ) |
เพิ่มขึ้น (ร้อยละ) | |
|---|---|---|
|
มูลค่าการค้ารวม |
265 |
N/A |
|
การนำเข้า |
130 |
10.59 |
|
การส่งออก |
135 |
9.85 |
ตลาดส่งออกหลักของเภสัชสมุนไพรจีน ได้แก่
- เอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย (96.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.46)
- แคนาดา (2.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.35)
- แอฟริกา (8.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.51)
- ยุโรป (11.62 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.58)
- อังกฤษ (4.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) วิธีการใช้ยาเภสัชสมุนไพร
ตัวอย่างของสมุนไพรจีนที่มีการนำมาใช้โดยทั่วไป ได้แก่
- Astragalus (Huangqi)
- Atractylodes (Baizhu)
- Bupleurum (Chaihu)
- Cinnamon (Guizhi and Rougui)
- Coptis (Huanglian)
- Ginger (Jiang)
- Ginseng (Renshen)
- Hoelen (Fuling)
- Licorice (Gancao)
- Ma-huang (Mahuang)
- Peony (Baishao and Chihshao)
- Rehmannia (Dihuang)
- Rhubarb (Dahuang)
- Salvia (Danshen)
- Tang-kuei (Danggui)
ทัศนคติของประชาชนจีนต่อการแพทย์แผนจีน
สมุนไพรจีน เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวจีนมีความคุ้นเคย และบริโภคอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ยังคงเลือกรับการรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน เมื่อมีการเจ็บป่วยขั้นต้น หรือเป็นโรคที่มีอาการเจ็บป่วยทั่วไป แต่สำหรับบางโรคที่มีอาการรุนแรง หรือจำเป็นต้องรักษาอย่างเร่งด่วน การแพทย์แผนปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัจจุบันพบว่า ในประเทศจีนมีการส่งเสริมการแพทย์แผนจีนให้เป็นที่แพร่หลายต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นสมุนไพร หรือเป็นยาแผนจีน จะมีการบรรจุหีบห่อ และมีการจัดร้านค้าที่ทันสมัย รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้คนจีนมีความรู้สึกคุ้นเคย และก่อให้เกิดการยอมรับได้ง่าย
ยุทธศาสตร์การสนับสนุนการแพทย์แผนจีนของรัฐบาลจีน
รัฐบาลจีนได้วางยุทธศาสตร์ในการสร้างการยอมรับให้กับการแพทย์แผนจีน ดังนี้
- จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนามาตรฐาน และทำการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดยกำหนดแผนการดำเนินการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 - 2563 ไว้ว่า จีนจะมีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับ และมีการสร้างนวัตกรรมการรักษาพยาบาลโดยการแพทย์แผนจีนในระดับสากล โดยจะทุ่มงบประมาณกว่า 740 ล้านหยวน (92.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในการสร้างศูนย์วิจัยการแพทย์แผนจีน และการสร้างศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แผนดำเนินการดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันของ 16 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงสาธารณสุข กรมการควบคุมแพทย์แผนโบราณ กรมการควบคุมอาหารและยาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการกิจการชนชาติแห่งชาติ กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมการประชากรและวางแผนครอบครัวแห่งชาติ กรมตรวจและควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์แห่งชาติ กรมควบคุมทรัพยากรป่า กรมสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ สภาวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน สภาวิศวกรรมแห่งประเทศจีน และคณะกรรมการกองทุนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติ
- รัฐบาลกลางของจีนกำหนดให้รัฐบาลท้องถิ่นในทุกระดับเพิ่มการสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาด้านการแพทย์แผนจีน ทั้งด้านการลงทุนภายในประเทศ และการลงทุนระหว่างประเทศ โดยให้ทุกหน่วยงานมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างระบบมาตรฐานการแพทย์แผนจีน ทั้งในเรื่องของการรักษา การผลิตยา การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการสร้างตลาดและการสร้างการยอมรับ
- กระทรวงสาธารณสุขของจีนออกกฎหมายเพื่อรับรองการรักษาพยาบาลโดยการแพทย์แผนจีน และตั้งเป้าหมายในการสร้างระบบการให้บริการการแพทย์แผนจีนที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเขตเมืองและเขตชนบทภายในปี 2556
- รัฐบาลจีนกำหนดให้โรงงานผลิตยาทุกแห่งในประเทศต้องผ่านเกณฑ์รับรองมาตรฐาน Good Manufacturing Practice (GMP) ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2551 ถ้าไม่ได้รับมาตรฐานดังกล่าว ร้านค้าหรือโรงงานเหล่านั้นจะไม่สามารถผลิตหรือจัดจำหน่ายได้
- ประเทศจีนได้ทำข้อตกลงร่วมกับต่างประเทศ เช่น ประเทศอิตาลี ในการวิจัยและพัฒนาห้องปฏิบัติการ รวมถึงสร้างความร่วมมือด้านธุรกิจ และการศึกษาเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีน
รวบรวมข้อมูลและจัดทำโดย
- นางสาวปาริชาติ อมรฉัตร นักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่
- นางสาวสุพรรษา เบญจเทพานันท์ นักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่
- นางสาวเบ็ญจวรรณ โตวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้ดูแลนักเรียนไทย
- นางสาวนัฐรีย์ ภูปลา นักเรียนทุนโครงการทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
- นางสาวดุจเดือน แซ่เอี๊ยว นักเรียนทุนโครงการทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=461&ELEMENT_ID=13369
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
