ตลาดข้าวไทยในเซี่ยเหมินเงียบ! ผู้ค้าจับตาสถานการณ์ราคาข้าวอย่างใกล้ชิด

26 พ.ย. 56 (www.fjsen.com) - ทุกช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. ของทุกปี ตลาดค้าข้าวในเมืองเซี่ยเหมินจะคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากบริษัทผู้ค้าส่วนใหญ่จะทยอยซื้อข้าวทั้งจากทั้งในและต่างประเทศเพื่อเก็บไว้ในโกดัง เพื่อสำรองขายในช่วงสิ้นปีจนถึงเทศกาลตรุษจีน อย่างไรก็ตาม จากรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นในเมืองเซี่ยเหมิน พบว่า ปริมาณสั่งซื้อข้าวไทยยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนถึงร้อยละ 70 โดยบริษัทผู้รับซื้อบางส่วนหันไปซื้อข้าวที่ผลิตในประเทศแทน

รายงานข่าวได้สอบถามไปยังผู้ที่คลุกคลีอยู่ในธุรกิจค้าข้าวของเมืองเซี่ยเหมิน ได้ข้อมูลว่า ปกติช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีจะเป็นช่วงที่บริษัทข้าวต่าง ๆ จะกว้านซื้อข้าวมาไว้ในสต๊อกของตนเพื่อเตรียมขายในช่วงปลายปีและเทศกาลตรุษจีนในต้นปีหน้า แต่ปีนี้สถานการณ์การนำเข้าข้าวและธัญพืชจากต่างประเทศของเมืองเซี่ยเหมินกลับไม่ได้คึกคักเท่าไหร่ โดยเฉพาะข้าวไทยที่แม้จะมีราคาลดลงแล้ว แต่ยังถือว่ามีราคาแพง ส่งผลให้ปริมาณสั่งซื้อข้าวไทยยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนถึงร้อยละ 70

นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าราคาข้าวไทยในตลาดจะมีปรับลดลง ตันละประมาณ 200 เหรียญสหรัฐ แต่ผู้ค้ากลับยังดูสถานการณ์ราคา ไม่กล้านำเข้าข้าวจำนวนมาก โดยจะเน้นสั่งซื้อตามความต้องการของลูกค้าเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทค้าข้าวส่วนใหญ่หันไปเพิ่มซื้อข้าวที่ผลิตในประเทศแทน โดยเฉพาะข้าวจากมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน (ตงเป่ย) และจากมณฑลอันฮุย โดยมีปริมาณข้าวประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้นในโกดังกว่าร้อยละ 20

สถานการณ์ตลาดข้าวข้างต้นดูเหมือนว่า ตอนนี้ผู้ซื้อข้าวชาวจีนและจากทั่วโลกกำลังหยุดและเฝ้าดูสถานการณ์ราคาข้าว เพราะเชื่อว่าสต๊อกที่ไทยถืออยู่ และยังมีข้าวที่จะเข้าสู่โครงการรับจำนำรอบใหม่อีก ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้ราคาข้าวลดต่ำลงอีก

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ราคาข้าวปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากมีปริมาณข้าวในตลาดจำนวนมากจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาล ประกอบกับข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่ปี 2556/57 กำลังทยอยออกมา ส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงตามจิตวิทยาของตลาด โดยข้าวเปลือกเจ้าแห้ง ความชื้นร้อยละ 15 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 7,500 - 8,000 บาทต่อตัน ลดลงจากช่วง 3 ปี ที่ราคาขายอยู่ที่ 8,400 - 8,500 บาทต่อตัน ข้าวขาวร้อยละ 5 (ข้าวสาร) ปัจจุบันกระสอบ (100 กก.) 1,210 - 1,230 บาท ลดลงจากช่วง 3 ปีก่อนที่ขายกระสอบละ 1,400 บาท และราคาส่งออกข้าวขาวร้อยละ 5 อยู่ที่ตันละ 420-430 เหรียญสหรัฐต่อตัน ต่ำกว่าราคาส่งออกช่วง 3 ปีก่อนราคาส่งออกอยู่ที่ตันละ 460 - 470 เหรียญสหรัฐ

26 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: www.fjsen.com(20/11/2013)
โดย: วีรศักดิ์ เกิดผลเจริญยิ่ง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ