
สำนักข่าวซินหัว-เขตฯ กว่างซีจ้วง : การดำเนินนโยบาย “ก้าวออกไป” และการ “เชิญเข้ามา”ภาคการเกษตรของวิสาหกิจกว่างซีกำลังเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ข้อมูลจากการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนประชาชนเขตฯ กว่างซีจ้วง สมัยที่ 12 ครั้งที่ 7
จากข้อมูล พบว่า กว่างซีมีวิสาหกิจที่ออกไปลงทุนภาคการเกษตรในต่างประเทศจำนวนมากกว่า 30 ราย มูลค่าการลงทุนตามสัญญา 181.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นมูลค่าการลงทุนตามสัญญาของคู่สัญญาฝ่ายจีน 158.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การ “ก้าวออกไป” ลงทุนภาคการเกษตรของวิสาหกิจกว่างซีในต่างประเทศ เน้นการเพาะปลูกและแปรรูปมันสำปะหลัง ข้าว และพืชผักผลไม้ โดยโครงการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา พม่า และลาว (รวมถึงไทย)
โครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการผลิตมันสำปะหลังของบริษัท Guangxi Statefarm Ming Yang Biochemical (广西农垦明阳生化集团股份有限公司) ในเมือง Quy Nhon เมืองเอกของจังหวัด Binh Ding ของประเทศเวียดนาม (เป็นโครงการลงทุนภาคการเกษตรในต่างประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนมากที่สุด) โครงการแปรรูปข้าวในประเทศกัมพูชาของเครือบริษัท Guo Hong (广西国宏集团) และโครงการลงทุนเกษตรนิเวศน์ในประเทศพม่า
ด้านการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนภาคการเกษตรจากต่างประเทศ พบว่า นับตั้งแต่ปี 47 เป็นต้นมา มีวิสาหกิจจากอาเซียนเข้ามาลงทุนภาคการเกษตรในกว่างซี จำนวนมากกว่า 40 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนมากกว่า 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แหล่งเงินทุนรายใหญ่มาจากประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการผลิตเยื่อกระดาษแบบเบ็ดเสร็จของเครือบริษัท Sinar Mas Group จากประเทศอินโดนีเซีย โครงการตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำของเครือบริษัท SSF จากประเทศมาเลเซีย โครงการแปรรูปใบชาของวิสาหกิจจากมาเลเซีย เป็นต้น
นายฉิน ยรุ่ย เสียง (Qin Rui Xiang, 覃瑞祥) รองประธานคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนประชาชนเขตฯ กว่างซีจ้วง ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน วิสาหกิจกว่างซียังมีศักยภาพไม่เพียงพอในการดำเนินนโยบาย “ก้าวออกไป” อีกทั้งยังขาดเงินทุน รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาในระดับนานาชาติ
ในแง่ของนโยบายส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศก็ยังขาดความสมบูรณ์ สินค้าเกษตรและเงินทุนภาคการเกษตรขาดความคล่องตัว รวมถึงกลไกการบริการด้านข้อมูลยังขาดความพร้อมเช่นเดียวกัน
BIC ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน “ก้าวออกไป” กำลังกลายเป็นกระแสการลงทุนของวิสาหกิจจีนแผ่นดินใหญ่
การ “ก้าวออกไป” ของวิสาหกิจด้านการเกษตรของกว่างซี มีเหตุผลหลักมาจากการขาดแคลนแหล่งวัตถุดิบป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตในท้องถิ่น ปัจจัยทางกายภาพไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ และต้นทุนประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน แรงงาน ปุ๋ย และวัสดุอุปกรณ์ทางการเกษตร
http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=462&ELEMENT_ID=13380
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
