ฮ่องกง ณ วันนี้น่าอยู่กว่า 5 ปีที่เเล้ว-ฮ่องกงน่าอยู่: เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
 ฮ่องกง ณ วันนี้น่าอยู่กว่า 5 ปีที่เเล้ว-ฮ่องกงน่าอยู่: เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ฮ่องกง ณ วันนี้น่าอยู่กว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว  
จากรายงานของ The Economist Intelligence Unit (EIU) ที่ทำการสำรวจความคิดเห็นและ
จัดอันดับความน่าอยู่ของเมืองต่าง ๆ 140 เมืองทั่วโลก ในปี 2556 พบว่า ฮ่องกงได้รับการจัดอันดับความน่าอยู่ลำดับที่ 31 
โดยไต่ขึ้นมา 10 อันดับ จากเดิมในปี 2551 ซึ่งฮ่องกงได้รับการจัดอันดับความน่าอยู่เพียงลำดับที่ 41  

ฮ่องกงน่าอยู่กว่าสิงคโปร์จริงหรือ? 
การจัดอันดับความน่าอยู่ของเมือง 140 เมือง ทั่วโลกนี้ ใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ของแต่ละเมือง คือ
 1) เสถียรภาพ 2) การบริการด้านสาธารณสุข 3) วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 4) การศึกษา และ 5) โครงสร้างพื้นฐาน 
โดยผลการสำรวจในปี 2556 พบว่า ฮ่องกงได้คะแนนสูงกว่าสิงคโปร์ใน 4 ปัจจัย จากทั้งหมด 5 ปัจจัย 
ทำให้ฮ่องกงถูกจัดอันดับเป็นเมืองที่น่าอยู่กว่าสิงคโปร์ ดังนี้ 
 

- จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ฮ่องกงได้คะแนนความน่าอยู่โดยรวม 92 คะแนน ในขณะที่สิงคโปร์ได้คะแนน 88.7 
โดยทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์ได้คะแนนเท่ากันในด้านเสถียรภาพที่ 95 คะแนน และด้านการบริการด้านสาธารณสุขที่ 87.5 คะแนน 
อย่างไรก็ดี ฮ่องกงได้คะแนนสูงกว่าสิงคโปร์ในด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ 85.9 คะแนน เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่ 76.6 คะแนน 
นอกจากนี้ ฮ่องกงยังได้คะแนนด้านการศึกษาเต็ม 100 คะแนน เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ซึ่งได้ 83.3 คะแนน และแม้ว่าสิงคโปร์
จะได้คะแนนด้านโครงสร้างพื้นฐานเต็ม 100 คะแนน แต่ฮ่องกงก็ได้คะแนนในด้านนี้น้อยกว่าเพียงเล็กน้อยที่ 96.4 คะแนน

 
- จากตัวเลขอาชญากรรมของฮ่องกงประจำปี  2556 ในไตรมาสแรกพบว่า มีจำนวนลดลงถึงร้อยละ 8.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 
และลดลงร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว  

ฮ่องกงน่าอยู่: เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง 
ยิ่งกว่านั้น จากตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น รัฐบาลฮ่องกงได้แถลงว่า 
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงปีนี้มีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี โดยรัฐบาลคาดการณ์ว่า 
อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product - GDP) ในปีนี้ จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ คือ 
อยู่ที่  
ร้อยละ 2.5 - 3.5 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประมาณการณ์ไว้ที่ร้อยละ1.5 - 3.5 อาจกล่าวได้ว่าตัวเลข GDP ที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น 
เป็นผลจากการที่เศรษฐกิจของประเทศจีนในไตรมาสที่สองเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ ร้อยละ 7.5 โดยขยายตัวสูงกว่าประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อื่น ๆ ในโลก
ทำให้จีนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของฮ่องกงด้วย นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อของฮ่องกงในปี 2556 ก็มีแนวโน้มที่จะลดลงจากร้อยละ 4.2 
มาอยู่ที่ร้อยละ 4 ซึ่งปัจจัยทางเศรษฐกิจนี้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง   ที่สำคัญที่ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่เพิ่มมากขึ้น  

ฮ่องกงน่าอยู่ สำคัญอย่างไร? 
บีไอซี เชื่อว่า ในขณะที่ฮ่องกงมักเปรียบเทียบและแข่งขันกับสิงคโปร์ในการเป็นจ้าวแห่งศูนย์กลางทางการเงินและเมืองอินเตอร์แห่งเอเชีย 
การจัดอันดับความน่าอยู่ของ EIU ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าฮ่องกงในขณะนี้กำลังได้คะแนนสูงกว่าสิงคโปร์ในด้านวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม 
และการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศหรือเมืองหนึ่ง ๆ อย่างมีความสุข 
และความสุขของประชากรที่มีความรู้ความสามารถและประสิทธิภาพนี้เองที่จะส่งให้เกิดสภาพแวดล้อมในการพัฒนาและเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน 
ดึงดูดให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากทั่วโลกเข้ามาทำงาน ประกอบธุรกิจหรือลงทุนในฮ่องกง ฮ่องกงในวันนี้ จึงเป็นเมืองที่มีเสถียรภาพ มีความน่าอยู่ และมีความเหมาะสมทั้งในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ    

แหล่งข้อมูล 
1.     South China Morning Post: http://www.scmp.com/news/hong-kong/article/1300174/its-true-hong-kongs-better-place-live-report-says 
2.     CNN Travel: http://travel.cnn.com/hong-kong/life/hong-kong-31st-worlds-most-livaeble-cities-list-19793 
3.     Hong Kong Police Force : http://www.police.gov.hk/ppp_en/09_statistics/csc.html
12 ธันวาคม 2556

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ