ทูตไทยคนใหม่เตรียมลุยต่อ ส่งเสริมธุรกิจไทยในอินเดีย


ambหลังจากที่รอคอยกันมาสักพัก ในที่สุดสถานทูตไทยประจำอินเดียก็ได้เอกอัครราชทูต หรือ ทูตไทยประจำอินเดียคนใหม่มาแทนท่านพิศาล มาณวพัฒน์ ที่ได้ย้ายไปเป็นทูตที่ประเทศแคนาดา

ทูตคนใหม่ของเราคือนายชลิต มานิตยกุล เดินทางมารับหน้าที่ทูตไทยประจำอินเดียคนใหม่ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าที่จะมาอินเดียเคยประจำการมาหลายแห่ง ทั้งที่นิวเดลี (เมื่อ 30 ปีก่อน) ลอนดอน จาการ์ตา เวียงจันทน์ เซี่ยงไฮ้ ก่อนที่จะไปเป็นทูตไทยประจำประเทศอียิปต์อยู่นานเกือบ 4 ปี (ประวัติย่อคลิกที่นี่)

แม้งานแรกในฐานะทูตไทยประจำอินเดียจะเป็นงานด้านศาสนาโดยได้เดินทางไปกราบนมัสการหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาลที่พุทธคยา (ดูรายละเอียดที่นี่) แต่ต้องขอบอกว่าทูตไทยคนนี้ให้ความสำคัญกับงานด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงานส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของเอกชนไทยในอินเดียไม่แพ้ทูตคนก่อน

หลังได้เข้ารับตำแหน่งเพียงไม่นาน ทูตไทยก็ได้เรียกประชุมฝ่ายเศรษฐกิจของสถานทูตเพื่อหารือสถานะการดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกการดำเนินธุรกิจของเอกชนไทยในอินเดีย โดยทูตชลิตให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการติดตามความคืบหน้าผลการเยือนอินเดียของท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ตั้งแต่ปีกลาย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาของภาคเอกชน ทั้งเรื่องการจัดทำความตกลงประกันสังคม เพื่อแก้ปัญหาการจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของอินเดีย รวมไปถึงการแก้ปัญหาวีซ่าทำงาน/ธุรกิจที่ยังคาราคาซังอยู่

ทูตชลิตยังพร้อมสานต่อนโยบายหลายอย่างที่ท่านทูตพิศาลได้ปูทางไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการนำเอกชนไทยบุกรัฐที่มีศักยภาพ ได้แก่ คุชราต มัธยประเทศ รวมถึงตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ในขณะเดียวกัน ท่านก็เตรียมที่จะใช้งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรรให้ออกไปหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม โดยจะร่วมมือกับทีมประเทศไทย ทั้งที่มุมไบ เจนไนและกัลกัตตา และผลักดันให้เอกชนไทยได้รับประโยชน์มากที่สุด

เพื่อเป็นการทำความคุ้นเคยกับภารกิจใหม่ เร็วๆ นี้ ทูตชลิตมีแผนจะเยือนพื้นที่สำคัญที่เป็นฐานของเอกชนไทย ทั้งที่เมืองมุมไบ เจนไน และบังกาลอร์ เพื่อเยี่ยมชมและพบปะกับเอกชนไทย ให้ได้รู้ว่าเอกชนทำอะไรกันอยู่บ้าง และที่สำคัญจะได้พูดคุยเพื่อรับทราบปัญหา และข้อชี้แนะของเอกชนว่า สถานทูตและทีมประเทศไทยในอินเดียจะมีบทบาทช่วยเหลือเอกชนได้อย่างไร

เมื่อกล่าวถึงรัฐคุชราตโดยเฉพาะ ทูตชลิตย้ำถึงความสำคัญของรัฐนี้ในฐานะรัฐที่มีอัตราการเจริญเติบโตเป็นอันดับต้นๆ ของอินเดีย แถมมีมุขมนตรี นายนเรนทรา โมดี ที่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียคนใหม่ พวกเราจึงพร้อมเดินหน้าลุยนำเอกชนบุกรัฐนี้ต่อ คุชราตจึงน่าจะเป็นรัฐแรกๆ ที่ทูตชลิตจะเดินทางไปเยือน

ตอนนี้ทีมเศรษฐกิจของสถานทูตก็กำลังขะมักเขม้นเตรียมข้อมูลให้เอกอัครราชทูตเกี่ยวกับงาน Vibrant Gujarat 2015 ที่ทางรัฐคุชราตได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีมากที่เอกชนไทยจะเข้าไปปักธงในรัฐนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จึงขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาคเอกชนไทยที่สนใจให้รีบแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศหรือผ่านทางสถานทูต สถานกงสุลที่อินเดียก็ได้ เราจะได้จูงมือกันเข้าไปเป็นทีม ดีกว่าต่างคนต่างไป

เห็นอย่างนี้แล้วทีม thaiindia.net ก็อดชื่นใจแทนเอกชนไทยไม่ได้ ที่ทูตไทยท่านใหม่ให้ความสำคัญกับงานด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจไทยในอินเดียขนาดนี้ เราเชื่อแน่ว่า ท่านจะสามารถสนับสนุนภาคเอกชนไทยได้อย่างเต็มที่แน่นอน

 

ประพันธ์ สามพายวรกิจ
29 พฤศจิกายน 2556

 

 

29 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: News from Team Thailand

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ