ชัยชนะของอินเดียใน WTO ที่บาหลี

anandอินเดียนำทัพประเทศกำลังพัฒนาบรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์ Bali Package ที่การประชุม WTO ที่บาหลี ที่จะทำให้ประเทศเหล่านี้สามารถจัดโครงการอุดหนุนอาหารเพื่อประชาชนที่ยากจนได้โดยไม่ผิดกฎ WTO

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียกลายเป็นข่าวดังระดับโลกในแวดวงการค้าและการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อนายอนันต์ ชาร์มา รัฐมนตรีการค้าอินเดีย นำทัพประเทศกำลังพัฒนาสู่เส้นชัย ต่อรองกับชาติตะวันตกและพี่เบิ้มอย่างสหรัฐจนต้องยอมให้อินเดียและประเทศกำลังพัฒนาอุดหนุนอาหารได้โดยไม่ผิดกฎ WTO

ข่าวนี้เป็นที่ฮือฮาไปทั่วโลก เพราะการบรรลุข้อตกลงระหว่างการประชุมดังกล่าวซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อองค์กรที่กระเสือกกระสนหาความชอบธรรมที่จะมีตัวตนอยู่ต่อไป หลังจากที่เจรจารอบโดฮาติดขัดมาเกือบสิบปี

แต่ที่ดังไปยิ่งกว่านั้นในอินเดีย คือการที่อินเดียสามารถผลักดันจนประเทศตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐฯ ยอมรับข้อเสนอของอินเดียให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถให้เงินอุดหนุนอาหาร (food subsidy) มากกว่า 10% ตามกฎของ WTO ได้โดยไม่ถือว่ามีความผิดจนกว่าจะมีการหามาตรการถาวรมารองรับ

หนังสือพิมพ์อินเดียเกือบทุกฉบับนำเสนอภาพของนายอนันต์ ชาร์มาที่มีลีลาดุดัน เปรียบเสมือแม่ทัพที่นำทัพไปรบชนะโลกตะวันตกได้โดยไม่กลัวน่าอินทร์หน้าพรหม และที่สำคัญทำให้รัฐบาลอินเดียสามารถดำเนินโครงการจำหน่ายอาหารราคาถูกแก่ประชาชนที่ยากจนได้ถึงประมาณ 800 ล้านคน

แน่นอนสื่ออินเดียย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวกับการเมือง เพราะช่วงนี้กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียที่จะมีขึ้นช่วง เม.ย.-พ.ค. 57 พรรครัฐบาลคองเกรสกำลังเสียความนิยม เห็นได้จากการเลือกตั้งระดับรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อนที่พรรคคองเกรสพ่ายแพ้คู่แข่งอย่างราบคาบ ทำให้ข้อตกลงนี้ ซึ่งจะมีผลต่อประชาชนชั้นรากหญ้ากว่าค่อนประเทศ ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งยวด

แม้หลายฝ่ายจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลว่า ข้อตกลงนี้ทำให้อินเดียสูญเสียอำนาจอธิปไตยที่จะกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารด้วยตัวเอง แต่ภาคเอกชนของอินเดียกลับออกมาตอบรับความสำเร็จของรัฐบาลกันถ้วนหน้า

โดยสำหรับภาคเอกชนอินเดีย ข้อตกลงนี้จะเป็นประโยชน์มากต่อภาคธุรกิจ เพราะรัฐบาลอินเดียได้แลกเปลี่ยนข้อตกลงการอุดหนุนอาหารกับการตกลงที่จะปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกการค้า (trade facilitation) ซึ่งแม้จะเป็นยาขมอยู่พอควร แต่ก็จะทำให้ภาคการส่งออกของอินเดียได้ประโยชน์

แม้ขณะนี้จะยังบอกไม่ได้ว่า ข้อตกลงที่อินเดียไปผลักดันมาที่ WTO นั้นจะเป็นประโชน์กับอินเดียมากน้อยเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ภาครัฐและเอกชนไทยน่าจะเรียนรู้ได้จากอินเดีย คือความกล้าท้าชนกับประเทศตะวันตก โดยยึดมั่นผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก รวมถึงการทำงานเป็นทีมระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ที่ทำให้ภาครัฐสามารถดำเนินนโยบายได้อย่างคล่องตัว

ประพันธ์ สามพายวรกิจ
รายงานจากกรุงนิวเดลี
13 ธันวาคม 2556

 

13 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล: India rules/regulation, policy, and FTA watch

Back to the list

More Related

  • อุตสาหกรรมอาหารในอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างสดใสและขยายตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลมาจากกำลังซื้ออันมหาศาลของประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลาง และพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่กล้าซื้อกล้าลองสินค้าจากต่างประเทศ นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูป
  • จากความเข้มข้นในการแข่งขันทางการค้าการลงทุนในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายประเทศต้องระดมสมองสร้าง Brand Image ที่บ่งบอกภาพลักษณ์และจุดเด่นต่าง ๆ โดยเฉพาะศักยภาพด้านเศรษฐกิจของประเทศนั้น เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการค้าการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติ
  • ทุกคนฝันจะมีบ้านเป็นของตนเอง เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของบ้าน เขาจะมีความหวังใหม่ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยทำความฝันของเขาเหล่านั้นให้เป็นจริง
  • “อินเดีย” ตลาดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังผงาดขึ้นเป็นตลาดเนื้อหอมในภูมิภาคเอเชีย และมีโอกาสที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกมากจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ ยุทธศาสตร์ที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับไทย นโยบาย “Come, Make in India” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาลอินเดีย รวมถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก
  • ปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงเมื่อตัดสินใจไปค้าขายลงทุนต่างประเทศก็คือค่าครองชีพ ค่าครองชีพที่สูงอาจทำให้ผู้ประกอบการใจชื้นเพราะมีนัยถึงกำลังซื้อที่สูงของผู้บริโภคที่นั่น แต่มองอีกมุมหนึ่ง ค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศของตนก็ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดอย่างรอบด้านก่อนจะเดินทางไปลงทุนหรือเจรจาค้าขายในต่างแดน อินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ดึงดูดความสนใจของพ่อค้าวาณิชจากทั่วโลกรวมถึงผู้ประกอบการไทย แล้วค่าครองชีพในอินเดียเมื่อเทียบกับไทยหล่ะ?
  • อินเดียนั้นเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้และผักสดในอันดับต้น ๆ ของโลก ในแต่ละปีสามารถผลิตผลไม้ได้มากกว่า 80 ล้านตัน โดยผลไม้สำคัญของอินเดีย ได้แก่ มะม่วงและกล้วย ซึ่งผลิตได้มากที่สุดในโลก รองลงมาได้แก่ แอปเปิ้ล สัปปะรด ส้ม องุ่น และทับทิม ซึ่งรสชาติของผลไม้อินเดียมีรสอร่อยไม่แพ้ผลไม้ไทยเช่นกัน...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ