ตลาดค้าปลีกจีน … ก้าวแซงญี่ปุ่น
ตลาดค้าปลีกจีน … ก้าวแซงญี่ปุ่น
     เมื่อกล่าวถึงความมือเติบแล้ว ชาวจีนนับเป็นคนชาติหนึ่งที่ขึ้นชื่อในด้านนี้มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนประชากรเกือบ 1,400 ล้านคน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในอัตราที่สูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวจีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การค้าปลีกของจีนมีอัตราขยายตัวสูงที่สุดในโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสำคัญได้แก่ การเติบโตของกลุ่มคนชั้นกลาง ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนภาคการบริโภคของจีน และการขยายตัวของชุมชนเมือง (Urbanization) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าปลีกขนาดใหญ่ และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจถึงร้อยละ 90 ของเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้สินค้าและธุรกิจมากมายของจีนและเทศต่างจับตามองตลาดค้าปลีกกันอย่างใกล้ชิด
     หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี (China Daily) ตีพิมพ์เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2556 กล่าวถึง รายงานของคัชแมนแอนด์เว็คฟิลด์ (Cushman & Wakefield) กิจการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระบุว่า จีนคาดว่าจะแซงญี่ปุ่นขึ้นเป็นเศรษฐกิจที่มีตลาดการค้าปลีกใหญ่ที่สุดในเอเซียในปี 2556 ทั้งนี้ เนื่องจากการเติบโตของการค้าปลีกที่ยังคงร้อนแรงต่อไปท่ามกลางการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีนที่หันมาเน้นการบริโภคภายในประเทศเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้นและสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้
     จากสถิติของทางการจีนพบว่า ธุรกิจค้าปลีกของจีนขยายตัวถึงระดับ 2 หลักต่อปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ยอดขายปลีกในจีนรายเดือนของปี 2556 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ชาวจีนใช้จ่ายเงินกว่า 20 ล้านล้านหยวนต่อปีเพื่อซื้อหาสินค้าอุปโภคบริโภคในปัจจุบัน
     ตลาดค้าปลีกในเมืองเอกอย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น และกวางโจว ซึ่งมีจำนวนผู้บริโภคที่มีรายได้สูงและใส่ใจกับแบรนด์มากที่สุดของจีน เติบโตระหว่างร้อยละ 9-16 ต่อปี ขณะที่ในเมืองรองระดับ 2 อาทิ เฉินตู หวู่ฮั่น หนานจิง เสิ่นหยาง และฉงชิ่ง การค้าปลีกขยายตัวในอัตราระหว่างร้อยละ 13-17 ต่อปี  
     หลายฝ่ายยังประเมินว่า ตลาดค้าปลีกของจีนยังพัฒนาอยู่ในระยะแรกเท่านั้น และยังจะสามารถเติบโตได้อีกมากในอนาคต เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวค่อนข้างต่ำและมีลักษณะที่กระจุกตัวอยู่มาก คนชั้นกลางในจีนที่คาดว่าจะขึ้นไปแตะจำนวน 900 ล้านคนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็ยังมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่น้อยกว่าของสหรัฐฯ อยู่มาก นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมชาวจีนจึงยังมองว่าร้านค้าปลีกชั้นนำเหล่านี้มีลักษณะเสมือน “ร้านเฉพาะทาง” และดู “หรูหรา” สำหรับตลาดจีน
     อย่างไรก็ดี ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุปสงค์ด้านการค้าปลีกดังกล่าวก็พบว่า อุปทานกลับเติบโตในอัตราที่สูงยิ่งกว่า ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในจีนต่าง “ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด” ทั่วทุกหัวระแหงในเมืองใหญ่ของจีน โดยเฉพาะช่องทางจัดจำหน่ายสมัยใหม่ที่มีรูปแบบทางธุรกิจที่ง่ายต่อการขยายสาขา และกระจายตัวออกไปยังเมืองรองทั่วไปหมด แม้กระทั่งในด้านซีกตะวันตกของจีน จนเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอุปทานส่วนเกิน (Excess Supply) ในระบบการค้าปลีกในหลายเมือง ดังจะเห็นได้จากพื้นที่ให้เช่าในหลายโครงการที่ว่างเป็นเวลานาน และบางโครงการก็ประสบความล้มเหลวถึงขนาดต้องปิดตัวเองลง
     รายงานดังกล่าวระบุว่า ราว 7 ใน 10 เมืองของจีนที่ส่อเค้าว่าจะเกิดอุปทานส่วนเกินของห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะเมืองรองระดับที่ 2 อาทิ นครเฉินตูในมณฑลเสฉวน และเสิ่นหยางในมณฑลเหลียวหนิง ซึ่งอาจส่งผลให้บางโครงการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องชะลอตัวออกไปอย่างน้อย 2-3 ปี และกระทบต่อผู้พัฒนาโครงการในแถบชานเมืองที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์
     ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้ค่าเช่าในโครงการและทำเลที่ดีลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ค้าปลีกรายใหญ่ยังต่างยินดีจ่ายค่าเช่าในราคาสูงแย่งชิงทำเลทองที่มีจำกัดเพื่อประโยชน์ในการสร้างแบรนด์และยอดขายกัน แบรนด์ชั้นนำจำนวนมากต่างคาดการณ์ว่า การซื้อหาสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีแบรนด์จะยังคงขยายตัวต่อไปอีกนาน แม้ว่าจะเติบโตในอัตราที่ลดลงก็ตาม
     นอกจากนี้ การเติบโตของตลาดค้าปลีกจีนยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เพราะนอกจากจะเดินหน้าขยายตัวต่อไปตามการเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของชาวจีนแล้ว ยังจะพัฒนาในเชิงคุณภาพและความสลับซับซ้อน ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ค้าปลีกเพิ่มสูงขึ้น เกิดการพัฒนาในเชิงของคุณภาพของสินค้าและการให้บริการ และขยายต่อไปยังโลกการค้าออนไลน์อย่างเป็นกอบเป็นกำ
     การวิจัยหนึ่งประเมินว่า ภายในปี ๒558 จีนจะมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง ๗๐๐ ล้านคน ซึ่งเท่ากับจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของสหรัฐฯ อินเดีย ญี่ปุ่น รัสเซีย และอินโดนีเซียรวมกัน ทั้งนี้ประเมินว่า ปัจจุบัน จีนมีจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์กว่า 200 ล้านคน ซึ่งมากกว่าของสหรัฐฯ และมากกว่าของอังกฤษถึง 5 เท่า ทั้งนี้ คาดว่ามูลค่าการค้าปลีกออนไลน์ในจีนจะขยายตัวถึงร้อยละ 30 ต่อปี อันจะส่งผลให้ตลาดการค้าปลีกออนไลน์ของจีนจะมีมูลค่าเท่ากับของสหรัฐฯ ภายในปี 2558
ตลาดค้าปลีกจีนยังคงเติบโตและมาแรงจริง ๆ ...



รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ดร. ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์)
สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง
13 ธันวาคม 2556
7 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: http://www.thaicombj.org.cn
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ