10 ข่าวเด่นจีนในปี 2556
10 ข่าวเด่นจีนในปี 2556
วารสาร Beijing Review ฉบับวันที่ 26 ธันวาคม 2556 สรุป 10 ข่าวเด่นของจีนประจำปี 2556 ดังนี้
๑. แผนงานการปฏิรูปแห่งชาติจีน (Reform Roadmap)
      การประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ ๑๘ ครั้งที่ ๓ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๙–๑๒ พฤศจิกายน 2556 ณ กรุงปักกิ่ง ได้ประชุมหารือหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของแนวทางและแผนงานการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมของจีนในเชิงลึก ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบอบสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีน และผลักดันให้เกิดระบบและความสามารถในการบริหารจัดการภาครัฐที่ทันสมัย โดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2563
ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบกับแผนงานที่มุ่งเน้นการให้กลไกตลาดมีบทบาทนำในการตัดสินใจเรื่องการจัดสรรทรัพยากร นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้จัดตั้งกลุ่มผู้นำเพื่อการปฏิรูปและคณะกรรมการด้านความมั่นคงแห่งชาติ การยกเลิกมาตรการให้ความรู้ใหม่ผ่านระบบแรงงาน และการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขนโยบายควบคุมการเกิด โดยอนุญาตให้ครอบครัวที่พ่อและหรือแม่ที่เป็นลูกคนเดียวสามารถมีลูกได้สองคน

๒. การถ่ายโอนอำนาจ (Power Transfer)
     การเปลี่ยนแปลงผู้นำจีนที่ใหญ่ที่สุดนับแต่ปี 2546 ได้เสร็จสมบูรณ์ลงในระหว่างการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๕–1๗ มีนาคม 2556 ซึ่งท่านสี จิ้นผิง(Xi Jinping) ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ และมีท่านหลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) เป็นนายกรัฐมนตรี
ที่ประชุมยังเห็นชอบกับแผนการยกเครื่องโครงสร้างองค์กรของรัฐและคณะรัฐมนตรี ซึ่งลดจำนวนกระทรวงภายใต้คณะมุขมนตรีจาก ๒๗ แห่งลดเหลือ ๒๕ แห่ง ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อปรับโครงสร้างหน้าที่ของรัฐบาลและลดระดับการแทรกแซงตลาดและประเด็นทางสังคม
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นองค์กรที่ปรึกษาทางการเมืองสูงสุดของจีน ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 3-12 มีนาคม 2556 ยังเลือกตั้งคณะผู้บริหารระดับสูงของจีนชุดใหม่

3. ก้าวย่างสำคัญสำหรับการสำรวจอวกาศ
     จีนได้ปฏิบัติภารกิจส่งยานอวกาศที่มีมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 โดยในครั้งนี้ใช้ยานอวกาศชื่อ “เซินโจว 10” (Shenzhou 10) พร้อมด้วยนักบินอวกาศ 3 คน (หนึ่งในนั้นเป็นนักบินอวกาศหญิง) ขึ้นไปปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 15 วัน โดยยานอวกาศเซินโจวได้ทดลองเชื่อมต่อกับสถานีวิจัยในวงโคจรโลก “เทียนกง 1” (Tiangong 1) จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2556 โดยอาศัยเครื่องมืออัตโนมัติและการบังคับการด้วยมือ
ต่อมา จีนยังประสบความสำเร็จในการนำยาน “ฉางเอ๋อ 3” (Chang’e 3) ร่อนลงจอด ณ พื้นผิวของดวงจันทร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2556 ซึ่งทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ 3 ของโลกถัดจากสหภาพโซเวียตและสหรัฐฯ ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการดังกล่าว และนำเอาหุ่นยนต์ “หยูทู่” (Yutu) หรือ “กระต่ายหยก” แล่นสำรวจพื้นผิวและเก็บตัวอย่างองค์ประกอบของพื้นผิวดาวอังคารในวันที่ 15 ธันวาคม 2556 ภารกิจในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวย่างสำคัญของความพยายามของจีนที่จะสร้างสถานีอวกาศที่มีผู้ปฏิบัติงานประจำภายในปี 2563

4. การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ
     คณะมุขมนตรีได้เห็นชอบในแผนการป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ (ปี 2556-2560) เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2556 โดยกำหนดเป้าหมายภายในปี 2560 ที่จะลดระดับมลพิษที่มีขนาด PM2.5 (ฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน) ในเมืองใหญ่ลงอย่างน้อยร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับของปี 2555 ซึ่งขนาดฝุ่นละอองดังกล่าวเล็กมากจนสามารถผ่านเข้าสู่พื้นที่การหายใจเข้าออกของปอด)
ในการนี้ จีนจะลดระดับการใช้ถ่านหิน ปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษ และส่งเสริมการผลิตที่สะอาด โดยรัฐบาลจีนวางแผนจะลดการใช้ถ่านหินให้ต่ำกว่าร้อยละ 65 ของแหล่งพลังงานหลักโดยรวมภายในปี 2560 และคาดว่าจะใช้เงินงบประมาณในการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวถึง 1.7 ล้านล้านหยวนในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

5. การทลายการคอรัปชั่น
     เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2556 สำนักงานการเมืองในคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เห็นชอบกับแผนงานการต่อสู้กับปัญหาคอรัปชั่นปี 2556-2563 ทั้งนี้ ในปี 2556 เจ้าหน้าที่ในระดับรัฐมนตรีหรือสูงกว่าจำนวน 14 คนถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการคอรัปชั่นและคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง และมีอีก 4 คนที่โดนตัดสินจำคุกเนื่องจากปัญหาดังกล่าว

6. การป้องกันการตัดสินคดีที่ไม่ถูกต้อง
     คณะกรรมการด้านการเมืองและกฎหมายภายใต้คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์นำเสนอแนวทางการป้องกันการตัดสินคดีที่ไม่ถูกต้องผ่านเว็บไซต์เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2556
     แนวทางดังกล่าวได้ตอกย้ำถึงหลักการด้านกฎหมายที่ป้องกันการลงโทษประชาชนที่มิได้ผิดจริง และกำหนดให้ผู้พิพากษา อัยการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรับผิดชอบชั่วชีวิตต่อบทบาทและการดำเนินการใด ๆ ที่ไม่ถูกต้อง

7. การต่อสู้กับการให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมออนไลน์
     ศาลฎีกาและสำนักงานอัยการสูงสุดของจีนได้นำเสนอการตีความคำพิพากษาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2556 เกี่ยวกับการตัดสินความผิดและการลงโทษผู้หนึ่งผู้ใดที่มีเจตนาเผยแพร่ข้อมลทางออนไลน์ที่ต้องการทำลายชื่อเสียง แบล็คเมล์ และยั่วยุ นอกจากนี้ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่ส่งต่อข้อมูลที่เป็นการทำลายชื่อเสียงและเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของชาติมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หากการกระทำดังกล่าวถูกอ่านมากกว่า 5,000 ครั้ง หรือส่งต่อมากกว่า 500 ครั้ง

8. ไวรัสอันตราย
     นับแต่มีข่าวการเสียชีวิตของชาวจีนจำนวน 3 รายที่ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N9 และ  ต่อมาได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขจีนเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2556 หลังจากนั้น จีนก็มีข่าวการติดเชื้อดังกล่าวเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนสูงถึง 143 รายที่ติดเชื้อ ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2556 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 45 คน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว
ข่าวดังกล่าวสร้างความกังวลใจอย่างมากกับรัฐบาลจีน เพราะพบว่าชาวจีนยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลายส่วนที่อาจไปสัมผัสกับกับพาหะที่ติดเชื้อไข้หวัดนกในลักษณะจากสัตว์สู่คนค่อนข้างสูง

9. แผ่นดินไหวครั้งใหญ่
     เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมาได้เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7 ริกเตอร์ ณ เขตหลูซาน มณฑล  เสฉวน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 200 ศพและ 11,470 รายที่ได้รับบาดเจ็บ
     ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2556 รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนการปรับปรุงสภาพบ้านเรือนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 10,706 ตารางกิโลเมตรที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวนถึง 1.15 ล้านคน ทั้งนี้ รัฐบาลจีนคาดว่าจะต้องใช้เงินถึง 86,000 ล้านหยวนในช่วง 3 ปีข้างหน้า

10. การเตรียมการล่วงหน้าต่อภัยคุกคามทางอากาศ (Airborne Threat Precautions)
     กระทรวงกลาโหมของจีนได้แถลงข่าวเปิดเผยการจัดตั้งเขตป้องกันภัยทางอากาศขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งกำหนดเขตพื้นที่ทะเลด้านซีกตะวันออก ซึ่งกระทรวงกลาโหมให้ข้อมูลการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามวิธีปฏิบัติระหว่างประเทศและมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันเอกราชและเสถียรภาพตามแนวชายแดนและพื้นที่ทางอากาศ และจัดระเบียบด้านการบินในพื้นที่ของประเทศ การกำหนดพื้นที่ดังกล่าวมิได้มีเป้าหมายกับประเทศใดเป็นพิเศษ และจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพด้านการบิน
     นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังจะกำหนดเขตป้องกันภัยทางอากาศในพื้นที่อื่นเพิ่มเติมตามแต่สถานการณ์ความเหมาะสม



รวบรวมและเรียบเรียงโดย
ดร. ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร
นางสาวฉิน หยวนเฟิน
สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง
27 ธันวาคม 2556

7 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: http://www.thaicombj.org.cn
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • การละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกหยิบยกขึ้นมา ถกเถียงกันอีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ศาลจีนตัดสินให้บริษัท Apple ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ เจ้าของเครื่องหมายการค้า iPhone เป็นฝ่ายแพ้คดีโต้แย้งสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับบริษัท ปักกิ่ง ซินทงเทียนตี้ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องหนังของจีน การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในจีนจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ผู้สนใจต้องรู้ไว้ก่อนคิดไปบุกตลาดจีน  
  • ข่าวดีล่าสุดสำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวและถือโอกาสช้อปที่จีน มณฑลกวางตุ้งที่มีนครกว่างโจวเป็นเมืองหลวงได้ประกาศคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยได้เริ่มใช้นโยบายคืน VAT นี้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 เป็นต้นมา
  • ปัจจุบันคนฮ่องกงตื่นตัวและหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สินค้าออร์แกนิคจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนฮ่องกงที่รักสุขภาพและมีกำลังซื้อเพียงพอที่จะบริโภคสินค้าออร์แกนิคเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสินค้าอาหารที่ปราศจากสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สินค้าออร์แกนิคส่วนใหญ่จะมีราคาสูงกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ไม่ใช่ออร์แกนิคอยู่พอสมควร เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดและระยะเวลาในการผลิตค่อนข้างนานกว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในท้องตลาดได้
  • เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2558 รัฐบาลมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศแผนการดำเนินงานการสร้างเขตสาธิตแบบศูนย์รวมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน สู่สาธารณะชนอย่างเป็นทางการ โดยในแผนงานฯ ดังกล่าวได้กำหนดแนวทางและเป้าหมายที่จัดเจนในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนในมณฑลกวางตุ้ง
  • แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นเมืองท่าปลอดภาษีที่การนำเข้าสินค้าและอาหารต่าง ๆ จากต่างประเทศจะสามารถเข้าสู่ฮ่องกงได้โดยสะดวก ทั้งที่เป็นสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและสินค้าเพื่อการส่งออกต่อ (re-export) ไปยังจีน แต่สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ที่จะนำมาวางจำหน่ายในท้องตลาดฮ่องกงจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ถูกสุขอนามัยและมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้บริโภค
  • เขตปกครองตนเองซินเจียงเป็นประตูที่สำคัญสู่เอเชียกลางและยุโรป เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญบนเส้นทางสายไหมใหม่ เป็นเขตที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาการค้าและการลงทุนภายใต้นโยบาย “One Belt, One Road” ของจีน เพราะซินเจียงเป็นแหล่งการปลูกฝ้ายที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ